หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมชายแดนใต้ เครือข่าย “แผ่นดินวัฒนธรรม”<br> [Bumi Budaya Network]
บทความโดย Najib Bin Ahmad
เรียบเรียงเมื่อ 26 พ.ค. 2559, 13:59 น.
เข้าชมแล้ว 1939 ครั้ง


Bumidaya  กิจกรรมงานศึกษาท้องถิ่นของกลุ่มนิเวศวัฒนธรรมชายแดนใต้  [BUMI BUDAYA NETWORK]

               

ปัญหาการปะทะกันระหว่างประวัติศาสตร์ชาติและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นปาตานีที่ส่งผ่านวรรณกรรมในพื้นที่ เป็นหนึ่งในหลายๆ ปัญหาที่เป็นชนวนและถูกใช้เป็นเครื่องมือของความขัดแย้งมาอย่างยาวนาน ทั้งรัฐและผู้ที่เห็นต่างจากรัฐต่างอ้างความชอบธรรมของการต่อสู้ ความชอบธรรมในการแสดงสิทธิของความเป็นเจ้าของดินแดน และการครอบครองทรัพยากร

               

ปัญหาการบริหารจัดการทรัพยากรที่ผิดพลาดของรัฐ ผ่านแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับต่างๆ ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันที่ไม่สอดคล้องกับบริบทและความต้องการในพื้นที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่ออัตลักษณ์ วิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมและการทำมาหากินอันเนื่องมาจากการรวมศูนย์อำนาจที่ส่วนกลางทำให้ขาดความเข้าใจและขาดข้อมูลที่แท้จริงของท้องถิ่นจนนำไปสู่ปัญหาต่างๆ มากมายที่มีผลกระทบจากการดำเนินการที่ขาดข้อมูลในเชิงลึกและครอบคลุมรอบด้าน

 

ปัญหาการขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องราวของท้องถิ่นการล่มสลายของชุมชน การอพยพโยกย้ายของผู้คน การละทิ้งถิ่นเกิดปัญหาเรื่องความด้อยโอกาสของคนในท้องถิ่น เป็นปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการว่างงาน ยาเสพติดและการพัฒนาของรัฐที่มีความเหลื่อมล้ำ ไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น

 

สารพัดปัญหาและเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น หลายเรื่องได้มีการกล่าวถึงในรูปแบบต่างๆ ในรูปบทความหนังสือ สารคดีและงานวิจัยของสถาบันต่างๆ อยู่พอสมควรและสืบเนื่องยาวนาน โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ มีบทความและงานวิจัยที่เกี่ยวกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นับร้อยนับพันเรื่อง

               

แต่งานเหล่านั้น โดยส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยตอบสนองโจทย์ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นมากนัก ด้วยข้อจำกัดของการหาข้อมูลในพื้นที่ ซึ่งผู้ทำการวิจัยซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักวิชาการที่มาจากนอกพื้นที่ ทำให้มีข้อจำกัดในเรื่องของระยะเวลาในการเก็บข้อมูลที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่าย   ตลอดจนข้อจำกัดอีกหลายเรื่องของผู้ทำการวิจัยที่ไม่ใช่คนท้องถิ่นต้องประสบในการลงพื้นที่ภาคสนาม ทั้งในเรื่องผู้ประสานงานความปลอดภัย และมักจะไม่ได้รับความไว้วางใจจากคนท้องถิ่นในการให้ข้อเท็จจริงหรือให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมามากนักทำให้เรื่องราวของสามจังหวัดชายแดนใต้ที่ออกไปสู่สังคมภายนอกมักจะเป็นเรื่องที่คนในท้องถิ่นวิพากษ์ว่าไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเสียเท่าไหร่

               

ด้วยข้อจำกัดดังที่กล่าวมาข้างต้น จึงทำให้มีการรวมตัวของคนในท้องถิ่นในนามของ “กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมชายแดนใต้

               

กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมชายแดนใต้ เป็นการรวมกลุ่มของคนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ โดยการใช้แนวคิดของ อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ในเรื่องภูมิวัฒนธรรม หรือ Cultural Landscape เป็นหลักผ่านการถ่ายทอด ชี้แนะ อบรม จาก วลัยลักษณ์ ทรงศิรินักวิชาการและเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ โดยมีคำโปรยในหน้า Facebook ของกลุ่มนิเวศวัฒนธรรมชายแดนใต้ว่าเป็น  “เรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ผลกระทบ และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในดินแดนชายแดนใต้

               

สมาชิกและเครือข่ายของกลุ่มนิเวศวัฒนธรรมชายแดนใต้ได้รับการฝึกการเก็บข้อมูลและการนำเสนอเรื่องราว ผ่านการอบรมสัมมนา จัด Workshop จัดกิจกรรมต่างๆ และจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นในการทำงานภาคสนาม ภายใต้การสนับสนุนจากมูลนิธิเล็ก-ประไพวิริยะพันธุ์เพื่อให้สมาชิกในกลุ่มนิเวศวัฒนธรรมชายแดนใต้สามารถที่จะนำเสนอข้อมูลและเรื่องราวในท้องถิ่นสามจังหวัดชายแดนใต้ออกไปสู่การรับรู้ของสังคมได้อย่างสม่ำเสมอ

               

แนวคิดในเรื่องภูมิวัฒนธรรมของอาจารย์ศรีศักร  วัลลิโภดมนั้น หมายถึงการศึกษาเรื่องราวต่างๆ ในพื้นที่โดยการก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตสมมุติ เช่น เขตหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด หรือแม้แต่เส้นแบ่งเขตประเทศ แต่จะศึกษาตามขอบเขตพื้นที่ตามลักษณะของวัฒนธรรม ไม่ว่าวัฒนธรรมนั้นจะขยายหรือสิ้นสุดที่ใด เพราะหลายๆครั้งที่การศึกษาตามเขตแดนสมมุติมักจะมีปัญหาที่เส้นแบ่งเขตเหล่านั้นไปแยกออกเป็นต่างหมู่บ้าน ต่างอำเภอ หรือแม้แต่คนละประเทศ ทำให้ไม่สามารถที่จะมองภาพรวมได้หมด

               

ด้วยความที่ต้องทำงานในพื้นที่ที่กว้างซึ่งครอบคลุมสามจังหวัดชายแดนใต้ประกอบไปด้วย ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และพื้นที่ใกล้เคียงที่ต่อเนื่อง การเก็บเรื่องราวที่หลากหลายในการรวบรวมข้อมูลต่างๆ ทั้งในเขตพื้นที่ภูเขา ผืนนา แม่น้ำ และชายฝั่งทะเลทำให้กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมประกอบไปด้วยกลุ่มย่อยต่างๆ หลายกลุ่ม อาทิ ทีมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขุนละหาร ทีมบูโด-สันกะลาคีรี ทีมยาลอ ทีมแว้งที่รัก ทีมอ่าวปัตตานี และทีม Saiburi Lookers เป็นต้น

               

ซึ่งทีมต่างๆ เหล่านี้ จะทำการเก็บเรื่องราวในพื้นที่ของแต่ละทีมและนำมาต่อ ร้อยเรียงข้อมูลในกลุ่มนิเวศวัฒนธรรมผ่านช่องทาง Facebook และ Webpage ของกลุ่มภายใต้ชื่อWebpage BUMIDAYA ที่ http://bumidaya.businesscatalyst.com/bumidaya-cultural-landscape.html

               

คำว่า BUMIDAYA เป็นคำสร้างมาจากคำว่า BUMI BUDAYA  ในภาษามลายู แปลว่า แผ่นดินวัฒนธรรม

               

นอกเหนือจาก Facebook และ Webpage แล้ว  เรื่องราวจากกลุ่มนิเวศวัฒนธรรมชายแดนใต้ ยังเผยแพร่ในรูปแบบบทความจากการเขียนของสมาชิกในกลุ่ม โดยเฉพาะในจดหมายข่าวของมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ รวมทั้งงานวิจัยและพิมพ์เป็นหนังสือวางขายเพื่อเผยแพร่ อาทิ หนังสือจากยาลอเป็นยะลา เรื่องเล่าจากเทือกเขาบูโด กรณีบ้านตะโหนด ความทรงจำในอ่าวปัตตานี และแผ่น VCD การบรรยายสาธารณะ เรื่องสถาปัตยกรรมมลายูในท้องถิ่นสามจังหวัดภาคใต้

               

ปัจจุบันสมาชิกของกลุ่มนิเวศวัฒนธรรมได้ขยายเพิ่มขึ้นกว่าเดิม และมีผู้ติดตามอ่านเรื่องราวต่างๆ ที่กลุ่มฯ ได้นำเสนออยู่ในจำนวนที่มากพอสมควร

               

และในอนาคตอันใกล้นี้ กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมฯ จะพัฒนาเนื้อหา รูปแบบการนำเสนอให้หลากหลายและครอบคลุมในทุกเรื่องราวที่สามารถเก็บข้อมูลในพื้นที่ได้ ทั้งในเรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ประวัติศาสตร์บอกเล่า โบราณสถาน โบราณวัตถุ แหล่งโบราณคดี สถาปัตยกรรมท้องถิ่น อาชีพ ทรัพยากร ปัญหาสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตการละเล่นพื้นเมือง อาหาร ผลกระทบและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อบันทึกเรื่องราวเหล่านั้นเป็นสาระความรู้ และเป็นแหล่งข้อมูลให้กับสังคมไทยต่อไป

 

จดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ  วิริยะพันธุ์ ฉ.๑๐๒  (เม.ย.-มิ.ย.๒๕๕๗)

 

 

อัพเดทล่าสุด 24 ก.ย. 2561, 13:59 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.