หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
กิจกรรมเนื่องใน “ วันเล็ก-ประไพ รำลึก ” ครั้งที่ ๔
บทความโดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
เรียบเรียงเมื่อ 31 ม.ค. 2559, 00:00 น.
เข้าชมแล้ว 1577 ครั้ง

งานวันเล็ก - ประไพ รำลึก ครั้งที่ ๔

 

                 จากวิกฤตการเมืองและสังคมที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวและสิ้นหวังในเรื่องศีลธรรมและจริยธรรมของสังคมไทยอย่างชัดเจน ไม่เพียงแสดงออกในด้านการเมืองแต่ยังขยายครอบงำไปทั่วทุกบริบทของสังคม คุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริตที่เคยเป็นบรรทัดฐานถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง วัฒนธรรมการฉ้อราษฎร์ เล่นพรรคเล่นพวก กลายเป็นเรื่องปรกติที่แทรกเข้าไปในทุกส่วนของสังคม จนนำมาซึ่งความขัดแย้งทางอุดมการณ์ และท้ายที่สุดก็ใช้การรัฐประหารมาคลี่คลายความแตกแยกในสังคม

 

                  ปัจจุบันหลายฝ่ายมีความพยายามในการฟื้นฟูบ้านเมือง ด้วยการแสวงหาแนวทางความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับความสุขของชาวบ้าน ความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจโลกาภิวัตน์กับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความสมดุลระหว่างอำนาจการเมืองกับอำนาจสังคม กระทั่งหนทางแห่งความปรองดองในความแตกต่างทางวัฒนธรรมของผู้คน ซึ่งมูลนิธิเล็ก - ประไพ วิริยะพันธุ์ เห็นว่าพลังสำคัญที่จะผลักดันให้แนวทางเหล่านี้ประสบผลได้ ก็คือ กระบวนการเสริมสร้างคุณธรรมให้เกิดขึ้นในพื้นที่ทุกส่วนของสังคม เพื่อพลิกฟื้นคุณธรรมความเป็นมนุษย์ที่จะมีสติปัญญาไตร่ตรองถึงความซับซ้อนของระบบทุนนิยมและโลกในกระแสโลกาภิวัตน์ได้อย่างเข้าใจและเท่าทัน

 

                  ในโอกาสวันที่ ๑๗ พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวาระรำลึกถึงคุณเล็กและคุณประไพ วิริยะพันธุ์ ผู้ดำเนินชีวิตด้วยการยึดถือ " ความซื่อนั้นเป็นหลักธรรม " มาโดยตลอด ปีนี้มูลนิธิเล็ก - ประไพ วิริยะพันธุ์ จึงเห็นควรจัดเสวนาพูดคุยในประเด็น " พลิกฟื้นคืนคุณธรรมแก่แผ่นดิน " เพื่อให้คนยุคปัจจุบันได้เรียนรู้บทเรียนของสังคมไทยที่ใช้เครื่องมือทางวัฒนธรรมและความเชื่ออบรมกล่อมเกลาคุณธรรมให้แก่ผู้คนในสังคม จนสามารถพลิกฟื้นแผ่นดินซึ่งย่อยยับแตกแยกให้กลับมั่นคงและรวมกันเป็นหนึ่งเดียวได้อีกครั้ง อันจะเป็นการกระตุ้นให้คนไทยร่วมกันค้นหาวิธีการที่เหมาะสมสำหรับการฟื้นฟูบ้านเมืองในปัจจุบัน

 

รายการสนทนา

 

ศุกร์ที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

 

เรื่อง ทำไม … ต้องพลิกฟื้นคืนคุณธรรมแก่แผ่นดิน

โดย อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ และ อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม

 

ศุกร์ที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

 

เรื่อง คุณธรรมในวรรณกรรมไทย

โดย อาจารย์เสาวณิต วิงวอน อาจารย์ สุกัญญา สุจฉายา และอาจารย์วรรณา นาวิกมูล

 

ศุกร์ที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

 

เรื่อง แม้ศาสตร์ศิลป์ ก็ไม่สิ้นคุณธรรม

โดย นิวัติ กองเพียร อาจารย์ ประสาท ทองอร่าม ศักดิ์สิริ มีสมสืบ และศรัณย์ ทองปาน

 

ศุกร์ที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

 

เรื่อง ทุกขภัยกับสายใยในสังคม 

โดย อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม อาจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์ และวลัยลักษณ์ ทรงศิริ

 

บางส่วนจากการสนทนา

 

               " ทำไม... ต้องพลิกฟื้นคืนคุณธรรมแก่แผ่นดิน "

 

 

อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม

                 “ผมรู้สึกดีใจที่ได้มางานครบรอบระลึกถึงคุณเล็กและคุณประไพ วิริยะพันธุ์ และมีความยินดีอย่างยิ่งที่ท่านอาจารย์สุลักษณ์ได้มาร่วมคุยกับพวกเรา เราต้องการเวลานี้มาก ผมคิดว่าขณะนี้บ้านเมืองมีวิกฤต ไม่ใช่วิกฤตทางการเมืองซึ่งเป็นเรื่องผิวพื้น แต่วิกฤตที่ลึกๆ แก้กันไม่ได้มาหลายยุคหลายสมัย เป็นวิกฤตทางศีลธรรมและคุณธรรม แต่ว่าคนก็ไปบ้ากันเฉพาะเรื่องการเมือง เป็นสังคมที่สติแตกอย่างไรก็ไม่รู้ ผมคิดว่าปัญหาที่แท้จริงก็คือเรื่องของคุณธรรมและศีลธรรม ซึ่งคนพูดน้อย แม้ว่าจะพูดมากแต่ก็ไม่ให้ความลุ่มลึกเท่าไหร่ และผมคิดว่าก็ไม่มีใครจะพูดเตือนสติได้ดีเท่ากับท่านอาจารย์สุลักษณ์ เพราะที่แล้วมาอาจารย์สุลักษณ์จะปรากฏตัวเองมาเตือนสติสังคม มาแนะนำอะไรหลายอย่าง โดยเฉพาะครั้งหนึ่งท่านจำได้ไหมว่าท่านอาจารย์สุลักษณ์เชิญท่านดาไลลามะมาที่เมืองไทย แต่ปรากฏว่ารัฐบาลไม่ยอมให้เข้า แล้วปัจจุบันนี้เราโหยหาสิ่งนี้ ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะมาพูดกันถึงเรื่องนี้ เพราะขณะนี้ ความวิกฤตลงไปถึงคนรุ่นใหม่ ผมไม่แคร์สำหรับคนรุ่นผมเดี๋ยวก็ตายแล้ว แต่คนรุ่นต่อไปโดยเฉพาะเด็กๆ เติบโตมาอย่างไร้ศีลธรรม แล้วก็แก้กันไม่ถูกต้อง

 

                    เมื่อครั้งที่เกิดการประท้วงรัฐบาลก่อนที่สะพานมัฆวาน ผมว่ามีคนจำนวนหนึ่งไม่ได้ไปถกเรื่องนั้นเลย แต่เขาโวยวายว่าเด็กคนรุ่นใหม่ไม่มีศีลธรรมบ้านเมืองจะเกิดอะไรขึ้น คนแก่เฒ่าเขาเป็นห่วง เป็นความล้มเหลวของการศึกษาโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาให้ทุกรัฐมนตรีก็แก้ไม่ได้ ถ้าแก้ในเรื่องนี้ ให้คนรุ่นใหม่เข้าใจในเรื่องศีลธรรม จริยธรรมไม่ได้ เราอย่าหวังเลยว่าอนาคตจะรุ่งเรือง ปัญหาอย่างนี้เราเทียบไม่ได้กับเพื่อนบ้าน ผมเคยยกตัวอย่างเพื่อนบ้านอยู่เสมอ อย่างประเทศเวียดนามที่เป็นบ้านแตกเมืองแตก แตกเพราะว่าคนข้างนอกไปทำลายเขา แต่ขณะนี้สามสิบปีที่ผ่านมา บ้านเมืองเราสติแตก เพราะบ้ากันเองภายใน

 

                     สังคมไทยถูกครอบงำด้วยสิ่งที่ผมเรียกว่าโครงสร้างเดียรัจฉาน เพราะว่าผู้ที่บริหารประเทศไม่มีจิตใจที่เป็นมนุษย์พอสมควร คือมองในเรื่องปัจเจกบุคคล มองในแง่ประโยชน์ส่วนตัว แล้วครอบงำหมด ทำอย่างไรเราจะแหกวงล้อมนี้ เพราะฉะนั้น จำเป็นที่ต้องมาพูดวันนี้ แล้วต้องเชิญนักปราชญ์ที่มีความกล้าหาญและมีความรอบรู้ที่จะมาชี้แนะ การมาพูดในวันนี้เป็นการเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ให้มีพลัง ให้เห็นคุณค่าแล้วค่อยขยายไป แทนที่จะสื่อแบบโฆษณาชวนเชื่อ แต่เรามาสื่อกันด้วยความลุ่มลึก ผมก็จะไม่รบกวนเวลาท่านที่รอคอย เรียนเชิญท่านอาจารย์สุลักษณ์ "

 

 

อาจารย์สุลักษณ์ ศิวลักษณ์

                  คุณธรรมหมายความว่าอย่างไร หมายความที่แล้วมาที่เราเรียนหนังสือมาทั้งหมดนั้น คุณธรรม หมายถึง  คุณธรรมของชนชั้นปกครอง ไม่เคยเรียนเรื่องชาวบ้านเลย พระนเรศวรที่เรายกย่องกันมากนั้น พระนเรศวรพาคนไปตายมากที่สุด แต่เรายกย่องมากที่สุด แต่ไม่เห็นยกย่องเลยทหารเกณฑ์ที่ไปตาย เมียก็เป็นหม้าย อันนี้เราเรียนคุณธรรมซึ่งปราศจากจริยธรรม ปราศจากศีลธรรม ถ้าคุณธรรมโยงมาถึงจริยธรรมและศีลธรรมแล้วเราจะเน้นเรื่องสันติศึกษา ไม่เน้นเรื่องสงคราม ไม่เน้นเรื่องทหารเป็นใหญ่ ตราบใดที่เราเน้นเรื่องทหารเป็นใหญ่ก็ไม่แปลกประหลาด ปฏิวัติทีก็เอาดอกไม้มาให้กัน เอาช็อกโกแลตมาให้กัน เพราะลึกๆ เรายังชอบความรุนแรง

 

                  คุณธรรมของชนชั้นปกครองจะเป็นคุณธรรมซึ่งใช้อำนาจ ในอดีตนั้นเมื่อพระพุทธเจ้าทรงตั้งศาสนาแล้ว ทรงตั้งพระธรรมจักรมีพระสงฆ์เป็นตัวอย่าง คณะสงฆ์นี้เป็นตัวอย่างในทางประชาธิปไตยที่แท้จริง ประชาธิปไตยไม่ใช่ผลิตโดยอังกฤษ อังกฤษเป็นประชาธิปไตยปลอม ประชาธิปไตยที่แท้นั้นพระพุทธเจ้าทรงตั้งขึ้น มีความเสมอภาคเป็นหลัก คนที่เข้ามาสู่คณะสงฆ์มีความเสมอภาคกันหมด

 

                  การขจัดทักษิณครั้งนี้อย่าลืมว่าทักษิณเป็นตัวซึ่งเราถือว่าต่อต้านคุณธรรมที่เราเข้าใจ แต่ทักษิณเป็นตัวแทนคุณธรรมของระบบทุนนิยม บริโภคนิยม ซึ่งมีอเมริกาเป็นปัจจัยหลัก แล้วก็เชื่อ จะโดยตั้งใจเชื่อหรือหลอกตัวเองว่าทุกคนจะรวยทั้งหมด หรือไม่รวยแต่ทุกคนจะกระเตื้องขึ้นมา

 

                   เราเห็นแล้วว่าสิ่งที่ทักษิณทำนั้นเป็นไปไม่ได้ แต่คนเป็นจำนวนไม่น้อยยังเชื่อว่าเป็นไปได้ พวกทักษิณก็ยังเชื่อว่าเป็นไปได้ ต้องฟังเขาด้วย ปัญหาก็คือ เมื่อเราขจัดทักษิณแล้ว หมายความว่าเราขจัดเพียงคนๆ หนึ่ง พรรคๆ หนึ่ง ก๊กๆ  หนึ่งเท่านั้นเอง แต่เราไม่ได้ท้าทายคุณธรรมแบบทักษิณเลย เช่นเดียวกัน เราไม่ได้ท้าทายศีลธรรมเลย แต่ยังยกย่องระบบชนชั้น เรายังให้ผู้ชายเอาเปรียบผู้หญิง เรายังให้คนรวยเอาเปรียบคนจน เรายังรู้สึกรังเกียจแขกมลายู รังเกียจพม่ารามัญที่มาอาศัยแผ่นดินอยู่

 

                   การพลิกแผ่นดินไม่ใช่พลิกแผ่นดินเพื่อเป็นของเรา แผ่นดินทั้งหมดเป็นของมนุษยชาติทั้งหมด ดินแดนประเทศชาติเป็นเรื่องสมมุติทั้งนั้น เพื่อนเราที่เป็นพม่า ที่เป็นเขมร เป็นส่วยมาอาศัยอยู่ เขามีสิทธิ์ไม่น้อยไปกว่าเรา การพลิกแผ่นดินนี้ แผ่นดินจะต้องเป็นของมนุษยชาติทั้งหมด เป็นของนก ของสัตว์ ของแม่น้ำ ทั้งหมดเลยครับ คือตัวทำให้แผ่นดินนี้เป็นสัญลักษณ์ เป็นตัวแทนของธรรมชาติ ธรรมชาติคือสิ่งที่เกิดจากธรรมะ ธรรมะเป็นของกลางเหมาะกับทุกคน

 

                   อีกนัยยะหนึ่งก็คือว่าพลิกแผ่นดินฟื้นหาคุณธรรมนี้ เราจะต้องมีคุณธรรมซึ่งเป็นสากล หมายความว่าเราทุกคนจะต้องฝึกให้มีความกล้าในการรับใช้เพื่อนมนุษย์ทั้งหมด เราต้องรับใช้เพื่อนมนุษย์ที่ยากไร้กว่าเรามากกว่ารับใช้พวกเรากันเอง เราต้องไม่สยบยอมต่อระบบศักดินากับขัติยาธิปไตยซึ่งให้เข้าไปกราบเข้าไปกราน ต้องเน้นที่ความเท่าเทียมกัน อย่าลืมนะครับ ทักษิณอยู่ในรูปแบบของผู้นำ ผู้นำซึ่งบันดาลอะไรก็ได้ ถึงแม้ทักษิณไปแล้ว แต่เรายังมีทักษิณอยู่ในทุกระบบ ในกองทัพ ในมหาวิทยาลัย ในทุกกรมกอง ทุกหน่วยงาน กล่าวคือผู้นำไม่โปร่งใส ผู้นำตรวจสอบไม่ได้ ผู้นำไม่เคารพเพื่อนร่วมงาน ผู้นำไม่เคารพนักการภารโรง ครูบาอาจารย์ไม่เคารพลูกศิษย์ แย่งกันเป็นคณบดีเหมือนหมาที่แย่งกระดูก อธิการบดีก็ไปรับใช้ทรราช ถ้าเราแก้สิ่งนี้ไม่ได้ ก็อย่าพลิกแผ่นดินครับ พวกเราเป็นชาวนามาก่อน เดี๋ยวนี้ลืมไปหมดแล้ว เกษตรกรเวลาควายไถนาต้องพลิกแผ่นดิน พลิกแผ่นดินแล้วก็ปลูกข้าว พลิกแผ่นดินปลูกต้นไม้ แต่ถ้าหากว่าเราพลิกแผ่นดินเพียงเพื่อขจัดอะไรออกไป แล้วไม่มีต้นไม้ที่ดีกว่ามาแทนที่ อย่าพลิกแผ่นดินครับ พลิกแผ่นดินแล้วต้องเคารพแผ่นดิน แผ่นดินเป็นแม่พระธรณี เป็นน้ำ เป็นแม่น้ำ

 

                  พลิกแผ่นดินนั้นต้องกลับมาหาคุณธรรมดั้งเดิมของปู่ ย่า ตา ยาย ซึ่งเราถูกสอนให้ลืม ระบบการศึกษาทั้งหมดนี้สอนให้ดูถูกพ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ยายเป็นเจ๊ก ยายเป็นลาว ยายขี่ควาย ยายกินหมาก ใช้ได้หมด สอนสกุลเดียว ผมไม่เอ่ยชื่อว่าสกุลไหนนะ เมื่อคุณไม่กล้าท้าทายอำนาจอธรรม แม้จะมาในรูปแบบของอาณาจักร คุณพลิกแผ่นดินไม่ได้

 

                   อีกนัยยะหนึ่ง การพลิกแผ่นดินธรรมจักรจะต้องกลับมาอยู่เหนืออาณาจักร ปีนี้พอดีร้อยปีท่านพุทธทาสนะครับ เราต้องกลับมาพยายามเป็นทาสพระพุทธเจ้า เปลี่ยนจากโลภ โกรธ หลง ทาสของความเหลวเละ เหลวไหล บรรจุความแท้จริงแน่นอน ผมดีใจที่อาจารย์ศรีศักรบอกว่า คุณนั้นเป็นกลุ่มเล็กๆ นะครับ กลุ่มเล็กๆ เริ่มดวงตาเห็นธรรม เกิดความกล้าหาญทางจริยธรรม แล้วผมดีใจนะครับ เมืองไทยนี้แผ่นดินเริ่มพลิกแล้ว สมัชชาคนจนเราเคยดูถูก เขาถูกดูถูกมาตลอด เขาเป็นคนจน เขาถูกเอาเปรียบ สร้างเขื่อนทีก็ไล่เขาเหมือนหมูเหมือนหมา ทำอะไรทีก็ให้เขาไปอยู่ท้ายสระ ตอนนี้เขารวมตัวกันสู้ แล้วเขาสู้โดยอหิงสกะ

 

                    ชนชั้นกลางเองได้ชื่อว่าไม่เอาไหน แต่ชนชั้นกลางเริ่มเห็นคุณค่าของคนชั้นล่าง กลุ่มอนุรักษ์กาญจน์ก็สามารถต่อสู้กับกองทัพสมัยสุจินดา เอาเศษนิวเคลียร์ไปไว้ เขาต่อสู้สามารถเอาชนะ เมื่อสมัยชาติชายทำเขื่อน เขาก็เอาชนะ เรื่องท่อก๊าซ เขาอาจจะแพ้แต่เขาปลุกสำนึกคนให้คนตื่นขึ้นไว้ อันนี้สำคัญมาก การพลิกแผ่นดินมองที่ชนชั้นกลางเหล่านี้ กระบวนการเอกชนเพื่อการพัฒนานั้น เมืองไทยแข็งที่สุดในเอเชียอาคเนย์ ..

อัพเดทล่าสุด 31 ม.ค. 2559, 00:00 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.