หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
เปิดประเด็น : เล็ก วิริยะพันธุ์ กับการขุดค้นทางปัญญา
บทความโดย ศรีศักร วัลลิโภดม
เรียบเรียงเมื่อ 2 ก.พ. 2559, 00:00 น.
เข้าชมแล้ว 2544 ครั้ง

เล็ก วิริยะพันธุ์ กับการขุดค้นทางปัญญา

 

คุณเล็กพบและพูดคุยกับคณะที่มาเยี่ยมชมเมืองโบราณ 

 

                วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ ที่จะเวียนมาถึงในไม่ช้านี้ นับเนื่องเป็นวันที่คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ จากไปครบรอบเป็นปีที่สาม ผู้ที่เป็นลูกหลานและเจ้าหน้าที่ในมูลนิธิฯ จึงคิดที่จะทำอะไรสักอย่างหนึ่งที่เป็นประโยชน์กับสังคมนอกเหนือไปจากการทำบุญทำกุศลอุทิศให้กับท่าน ก็เลยมาทบทวนกันระหว่างผู้ใกล้ชิดว่า คุณเล็กชอบอะไรและปรารถนาอะไรในชีวิต ทำให้นึกได้ว่า ตลอดเวลากว่าสามสิบปีที่ได้ใกล้ชิดกับท่าน มักจะพูดให้ได้ยินบ่อยๆ ว่า ท่านชอบทำอะไรที่เป็นกิจกรรมทางปัญญาที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์และโลก เรื่องเงินและอำนาจนั้นหาได้ไม่ยากถ้าใช้สติปัญญา แต่นั่นไม่ใช่จุดหมายปลายทางของชีวิต คุณเล็กประสบความสำเร็จในเรื่องเงินและอำนาจจนถึงขั้นเป็นมหาเศรษฐีคนหนึ่งของประเทศ แต่ท่านหยุดตัวเองกับการแสวงหาในเรื่องดังกล่าวนี้ หันมาใช้ชีวิตความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย เพื่อสร้างกิจกรรมทางปัญญาที่ท่านปรารถนาอย่างต่อเนื่องมาเกือบสี่สิบปีจนสิ้นอายุขัย

 

                คุณเล็กเป็นคนชอบอดีต และเห็นว่าในอดีตนั้นก็มีสิ่งที่ดีงามที่ทำให้กับสังคมมนุษย์ การที่เกิดความชอบเช่นนี้เพราะชอบอ่านและศึกษาหาความรู้ทางศาสนาและปรัชญาเป็นประจำ คุณเล็กมีความรู้แตกฉานทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษ ทำให้รู้อะไรที่ทันโลก เลยส่งผลให้เกิดความรักและสนใจในโบราณวัตถุที่เป็นหลักฐานทางศิลปวัฒนธรรม จึงกลายเป็นนักเล่นและสะสมของเก่าที่มีศิลปะวัตถุที่มีราคาและหายากมากมาย แต่คุณเล็กไม่ได้ชื่นชมโบราณวัตถุเหล่านั้นในลักษณะที่เป็นรูปแบบที่มีความเก่าแก่สวยงามและราคาแพงอย่างบรรดานักสะสมของเก่าทั้งหลาย หากให้ความสำคัญในเรื่องความหมาย ความสำคัญของโบราณวัตถุอย่างนักโบราณคดีสมัครเล่น ความสนใจในเรื่องอดีตจึงเพิ่มพูนขึ้น ถึงขนาดจะสร้างอดีตมาให้คนได้เรียนรู้กัน เพราะช่วงเวลาที่คุณเล็กคิดเรื่องนี้ขึ้นมานั้น เป็นสมัยยุค จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่ทั้งรัฐและสังคมเห็นอะไรคิดอะไรแต่ปัจจุบันและอนาคตและเรื่องวัตถุเป็นใหญ่ อย่างเช่น " งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข " เป็นต้น ความคิดการสร้างเมืองโบราณจึงเกิดขึ้นในเวลานี้

 

(ซ้าย) คุณเล็กและคุณประไพ บนเรือข้ามโขงไปวัดภู (ขวา) คุณเล็กและอาจารย์มานิต วัลลิโภดม ขณะข้ามโขงไปวัดภู  

 

              ในชั้นแรกก็คิดทำเป็นเรื่องเล็กๆ ให้คนมาเที่ยวชมแบบเพลิดเพลินไปพลางๆ ก่อน แต่เมื่อคุณเล็กได้พบปะแลกเปลี่ยนความรู้และเรียนรู้กับบรรดานักวิชาการทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และสังคมศาสตร์แล้ว ความคิดก็เปลี่ยนไป กลายมาเป็นผู้ทั้งคิดทั้งออกแบบและสร้างอย่างเต็มตัว เพราะเป็นเรื่องที่ชอบและเป็นเรื่องการใช้ปัญญาทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะเป็นประโยชน์เฉพาะแต่ตนเองและครอบครัว คุณเล็กทุ่มทั้งกำลังกายใจ สติปัญญา และทุนทรัพย์ในเรื่องนี้ หยุดกิจกรรมทางธุรกิจและความสัมพันธ์ทางสังคมที่เคยมีกับเพื่อนฝูงมิตรสหายและบุคคลต่างๆ ที่จะต้องเกี่ยวข้องทั่วไป หันมาทำงานอยู่อย่างเดียว ก็คือ สร้างเมืองโบราณ ซึ่งก็ไม่ใช่เป็นการสร้างให้แล้วเสร็จในเวลาที่กำหนดอย่างมีการวางแผนตามขั้นตอนต่างๆ อย่างการก่อสร้างสถานที่สำคัญทั้งหลาย การสร้างเมืองโบราณของคุณเล็กคือ กระบวนการเรียนรู้ที่ไม่อาจกำหนดเป็นแผนงาน งบประมาณ และระยะเวลาที่แน่นอนและตายตัวได้ หากเป็นเรื่องที่มีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ความสำคัญอยู่ที่การนำเอาสิ่งที่เรียนรู้จากอดีตมาสร้างเป็นความรู้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อที่จะสื่อให้คนในสังคมโดยเฉพาะเยาวชนได้เห็นความเชื่อมต่อระหว่าง อดีต ปัจจุบัน และอนาคต อย่างที่มนุษย์ที่ดีควรเรียนรู้

 

สำรวจอาคารเก่าที่อุบลราชธานีกับอาจารย์มานิตและอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ช่วงก่อน พ.ศ . ๒๕๑๖ ไม่นานนัก

 

                การศึกษาค้นหาอดีตและสร้างอดีตของคุณเล็ก ก็เหมือนกับการทำงานของนักโบราณคดี คือต้องมีการขุดค้นหลักฐานข้อมูลในอดีตมาสร้างเป็นความรู้ให้คนรู้จักสังคมวัฒนธรรมของมนุษย์ ต่างกันแต่เพียงว่า การขุดค้นของคุณเล็กเป็นการขุดค้นทางปัญญาอย่างมีขั้นตอนของการเรียนรู้ คุณเล็กมักเริ่มต้นด้วยการอ่านหนังสือเพื่อหาสิ่งที่สนใจหรือไม่ก็เพื่อหาความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่สนใจ เมื่อเข้าใจได้ในระดับหนึ่งแล้วจึงจะไปพบปะและเรียนรู้จากคนที่มีความรู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ สำหรับเรื่องนี้ คุณเล็กให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะจะมีผู้ที่เรียกว่าผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญเป็นจำนวนมาก ถ้าไม่เลือกเฟ้นให้ดีก็อาจสร้างความสับสนให้ได้ง่ายๆ คุณเล็กมักประเมินบุคคลที่ท่านยอมรับด้วยการพบปะแลกเปลี่ยนความรู้กัน จึงมักพูดให้ได้ยินบ่อยว่า ผู้รู้มีหลายประเภท ต้องประเมินให้ดี บางคนรู้มากแต่พูดน้อยหรือไม่พูด บางคนถ้าไม่รู้อะไรก็บอกว่าไม่รู้ แต่หลายคนที่พบเห็นมักเป็นประเภทรู้น้อยรู้มากซึ่งเป็นอันตราย เพราะเหตุที่รู้น้อยแต่บอกว่ารู้มากนั่นเอง แต่การพบปะกับผู้รู้ก็เป็นเพียงการได้ยินและได้ฟังเท่านั้น ยังไม่เพียงพอ ต้องไปพบเห็นด้วยประสบการณ์ จึงจะคิดได้และทำได้ โดยเหตุนี้ในเวลาที่จะสร้างอะไร ทำอะไรในเมืองโบราณนั้น คุณเล็กจะต้องออกไปดูให้เห็นด้วยตนเอง ทำให้ในระยะเวลาเกือบสิบห้าปีของการสร้างเมืองโบราณ คุณเล็กออกตระเวนไปทั่วทุกภูมิภาคและหลายๆ ท้องถิ่น อาจนับได้ว่าแลเห็นแผ่นดินไทยและผู้คน สังคม ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างลุ่มลึกทีเดียว คุณเล็กคิดเสมอว่า สิ่งที่ท่านนำมาสร้างหรือนำมาเก็บรักษาไว้ในเมืองโบราณนั้น จะต้องเป็นสิ่งที่มีความหมายที่เป็นประโยชน์ หาใช่นำมาแสดงแต่เพียงรูปแบบที่เป็นเสมือนภาพนิ่งไม่

 

อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ออกสำรวจชีวิตวัฒนธรรมท้องถิ่นกับคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ก่อนที่จะเริ่มทำวารสารเมืองโบราณ

 

               เพราะฉะนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่นำมาเก็บรักษาหรือที่นำมาสร้างแสดงในเมืองโบราณ ล้วนเป็นสิ่งที่มีความหมายและเรื่องราวที่เป็นความรู้ทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี และศิลปวัฒนธรรมทั้งสิ้น ล้วนเป็นสิ่งที่คุณเล็กได้ฟัง ได้เห็น ได้คิด ได้สัมผัส แล้วนำมาสร้างเป็นความรู้อย่างเป็นรูปธรรม คุณเล็กไม่เน้นความสำคัญในเรื่องรูปแบบของสิ่งที่ท่านสร้างขึ้น จึงมักถูกผู้ที่ยึดติดรูปแบบวิจารณ์อย่างเสียๆ หายๆ บ่อยๆ ว่า สิ่งที่ท่านสร้างขึ้นในเมืองโบราณนั้น ไม่เหมือนรูปแบบของเดิมเลย ไม่มีคุณค่า ท่านไม่โต้แย้ง แต่มักบ่นให้ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดฟังว่า การยึดติดรูปแบบว่าอะไรเป็นของจริงแท้นั้น เป็นความคิดที่โง่ เพราะสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นนั้น รูปแบบเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอตามกาลเวลา หามีอะไรหยุดนิ่งไม่ คนที่บอกว่ารูปแบบนี้เป็นของจริงนั้น แท้จริงก็ยกเอาสิ่งที่ดำรงอยู่ในช่วงเวลาหนึ่งมาอ้างเท่านั้น

 

รวบรวมข้าวของเครื่องใช้เพื่อนำมาจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมพื้นบ้านในเมืองโบราณ

 

              ดังนั้น เวลาที่คุณเล็กจะสร้างอะไรขึ้นจึงพยายามสอบค้นหาเค้าโครงที่เคยมีมาแล้ว มาปรุงแต่ให้สื่อได้อย่างแลเห็นความหมายและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์สังคมและวัฒนธรรมที่สัมพันธ์กับสิ่งก่อสร้างเหล่านั้น จึงมีหลายอย่างที่สร้างแล้วรูปแบบและความหมายแตกต่างไปจากสิ่งที่คนเคยเห็นและเชื่อกันโดยทั่วไป

 

การสำรวจท่องเที่ยวของคุณเล็กที่พิษณุโลก

 

              ยกตัวอย่างเช่น เรื่องบางระจัน อันเป็นเรื่องวีรกรรมของชาวบ้านในสมัยการเสียกรุงศรีอยุธยาให้กับพม่า เรื่องราวที่มีผู้รวบรวมเขียนเป็นตำนานขึ้นมามักยกย่องผู้ที่เป็นวีรบุรุษเพียง ๖-๗ คนเท่านั้น จึงเป็นสิ่งที่ทางราชการนำมาสร้างเป็นอนุสาวรีย์ที่จังหวัดสิงห์บุรี คุณเล็กไปดูสถานที่เกิดเรื่องบางระจันแล้วมีความคิดเห็นแตกต่างไปจากสิ่งที่สื่อจากอนุสาวรีย์ที่ทางราชการสร้าง ท่านให้ความสำคัญกับวิหารวัดโพธิ์เก้าต้นที่ยังเหลือซากอยู่ เลยนำมาสร้างไว้ที่เมืองโบราณ เพื่อให้เป็นอนุสรณ์สถานที่แท้จริงตามเรื่องราว แล้วสร้างสิ่งที่เป็นอนุสาวรีย์ขึ้นอธิบายควบคู่ไปกับรูปจำลองของวิหารโพธิ์เก้าต้น

 

อนุสาวรีย์ชาวบ้านบางระจันที่ไม่เหมือนอนุสาวรีย์ของทางราชการ เพื่อแสดงว่าชาวบ้านบางระจันนั้น  สู้รบจนตัวตายทั้งหมู่บ้าน  ไม่ใช่เพียงกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น

 

                  ความสำคัญของวิหารโพธิ์เก้าต้นอยู่ที่เป็นสถานที่พระอาจารย์ธรรมโชติประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและไสยศาสตร์ให้กับทั้งนักรบและชาวบ้านบางระจันในการสู้รบกับพม่า แต่ในขณะเดียวกัน ในการสู้รบนั้น ผู้คนทั้งชุมชนนับแต่พระสงฆ์องค์เจ้า คนแก่คนเฒ่า หญิงชายและลูกเด็กเล็กแดง ต่างรวมกันต่อสู้จนตัวตายสิ้นทุกคน นับเป็นวีรกรรมของคนทั้งชุมชนอย่างแท้จริง ตำนานที่เป็นชุมชนวีรกรรมเช่นนี้ อาจเรียกว่าเป็นสากลก็ได้ เพราะมักปรากฏในประวัติศาสตร์ของบ้านอื่นเมืองอื่นเหมือนกัน โดยเหตุนี้ อนุสาวรีย์บางระจันที่คุณเล็กสร้างขึ้นที่เมืองโบราณ จึงเป็นเรื่องวีรกรรมของการสู้รบจนตัวตายของทุกคนในชุมชน ซึ่งนับเป็นการเสนอเรื่องราวและให้ความหมายที่แตกต่างไปจากอนุสาวรีย์ของทางราชการ

 

                 สถานที่ในเมืองโบราณอีกแห่งหนึ่งที่อาจยกมาอ้างในที่นี้ได้ก็คือ เขาพระสุเมรุ อันเป็นเรื่องความเชื่อทางจักรวาลทางพุทธศาสนาที่มีบรรยายและอธิบายไว้ในไตรภูมิกถา คุณเล็กใช้เวลาศึกษาทั้งจากหนังสือและเที่ยวตระเวนดูภาพไตรภูมิตามโบสถ์วิหารโบราณในที่ต่างๆ แล้วจับประเด็นที่สำคัญมากำหนดเป็นโครงสร้างเพื่อสื่อความหมาย นั่นก็คือ  เขาพระสุเมรุต้องมีน้ำล้อมรอบคือนทีสีทันดร มีภูเขาที่น้ำไหลออกจากปากสัตว์ใหญ่ที่อยู่ประจำทิศต่างๆ รอบสระอโนดาต คือ สิงห์ ช้าง ม้า และวัว แสดงให้เห็นความสัมพันธ์กับทวีปต่างๆ ที่มนุษย์อยู่อาศัย เขาพระสุเมรุมาศที่ตั้งอยู่บนหลังปลาอานนท์ ซึ่งในเวลาสร้างนั้น คุณเล็กให้ความสำคัญกับปลาอานนท์มาก เพราะทั้งเรื่องและรูปแบบจะเป็นสิ่งที่กระตุ้นความสนใจของคนที่เข้ามาชมโดยเฉพาะเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี

 

เขาพระสุเมรุมาศที่ตั้งอยู่บนหลังปลาอานนท์ สร้างพระแท่นบัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ไว้แทนพระอินทร์ 
เพื่อสอนและสื่อให้คนประพฤติในสิ่งที่มีคุณธรรม

 

                 แต่ความสำคัญ จะอยู่ที่ปราสาทไพชยนต์ บนยอดเขาพระสุเมรุ ที่คติทางพระพุทธศาสนาเชื่อว่าเป็นที่ประทับของพระอินทร์ ผู้เป็นราชาแห่งเทพและผู้คอยดูแลทุกข์สุขของมนุษย์ แต่คุณเล็กไม่ทำรูปปั้นพระอินทร์ไว้แสดง หากสร้างพระแท่นบัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ไว้แทน พระแท่นนี้คือทิพยอาสน์ที่อ่อนนุ่มหรือกระด้างแข็ง ที่ทำให้พระอินทร์ได้รู้ถึงทุกข์สุขของมนุษย์และสัตว์ในสากลโลก จะได้เสด็จลงมาช่วยเหลือ อย่างเช่น การที่พระอินทร์เสด็จลงมาช่วยพระสังข์ทองในเรื่องทางชาดกและวรรณคดี เป็นต้น การที่คุณเล็กไม่ปั้นรูปพระอินทร์ ก็เพราะสิ่งที่บ่งบอกไว้ในไตรภูมินั้น พระอินทร์คือตำแหน่งและสถานภาพของบุคคลที่บำเพ็ญคุณธรรมที่สะสมกันมาหลายภพหลายชาติในการช่วยเหลือมนุษย์และสัตว์ที่ผลัดเปลี่ยนกันมาบังเกิด จึงไม่ใช่เป็นเรื่องเฉพาะตัวของบุคคลใดที่จะดำรงอยู่อย่างตลอดกาลได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ บุคคลใดที่มีจิตเป็นกุศลและดำรงชีวิตอยู่ย่างมีคุณธรรมก็อาจจะไปบังเกิดเป็นพระอินทร์ได้เมื่อมีบารมีสะสมอย่างเพียงพอ ดังนั้นความหมายของการสร้างเขาพระสุเมรุที่คุณเล็กสร้างขึ้นนั้น จึงเป็นเรื่องเพื่อสอนและสื่อให้คนโดยเฉพาะเยาวชนรู้จักและประพฤติในสิ่งที่มีคุณธรรมนั่นเอง

 

                ยังมีอีกสถานที่อีกสองแห่งในเมืองโบราณที่อาจนำมากล่าวถึงในที่นี้ที่แสดงให้เห็นว่า คุณเล็กมุ่งที่จะอธิบายความหมายมากกว่ารูปแบบ ก็คือ ตลาดและพระบรมมหาราชวัง คุณเล็กสร้างตลาดบกและตลาดน้ำขึ้นที่เมืองโบราณนั้น ไม่ได้มุ่งหวังให้คนแลเห็นรูปแบบของการเป็นตลาด หากมุ่งหวังให้คนได้รู้จักความเป็นเมืองและสภาพความเป็นอยู่ของคนในสังคมเมืองมากกว่าสถานที่ขายของขายสินค้า ดังนั้น ย่านตลาดของคุณเล็กจึงเป็นแหล่งที่มีผู้คนหลายอาชีพรวมทั้งหลายชาติพันธุ์เข้ามาตั้งที่อยู่อาศัยและประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างมีระเบียบแบบแผนในการดำรงชีวิตร่วมกัน จึงเป็นชุมชนที่มีความสัมพันธ์ทางสังคมระหว่างกัน มีพื้นที่ทางเศรษฐกิจ เช่น ตลาดขายของสดและของต่างๆ ในการดำรงชีวิต และมีพื้นที่ทางจิตวิญญาณและพิธีกรรม เช่น วัด ศาลเจ้า และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะสิ่งที่เรียกว่าตลาดน้ำนั้น แท้จริงก็คือชุมชนเมืองในที่ลุ่มแม่น้ำและลำคลองที่ใช้พื้นที่ในท้องน้ำลอยเรือค้าขายแลกเปลี่ยนสิ่งของที่จำเป็นทางเศรษฐกิจในการดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันนั่นเอง

 

                มีหลายคนที่ยึดติดรูปแบบมักจะเปรยๆ ออกมาว่า ไม่เห็นมีกิจกรรมลอยเรือขายของที่ตลาดน้ำเลย คุณเล็กก็จะอธิบายว่า กิจกรรมลอยเรือขายของนั้น ไปดูที่ไหนก็ได้ มีการนำเที่ยวนำชมอยู่ทั่วไป แต่ที่เมืองโบราณนั้น ท่านต้องการให้แลเห็นความเป็นชุมชนเมืองที่ตั้งอยู่ในน้ำและริมลำน้ำตามแบบเก่าๆ ที่ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว โดยเฉพาะการนำเรือนแพซึ่งแต่ก่อนก็คือ ร้านค้าและเรือนค้าที่เคยมีอยู่ตามลำแม่น้ำลำคลองมาแสดง รวมทั้งการสร้างศาสนสถาน เช่น ศาลเจ้า โรงเจ วัด มัสยิด และโบสถ์ฝรั่ง ที่สะท้อนให้เห็นถึง ความเป็นเมืองในสังคมไทยนัน คนหลายชาติหลายภาษาและหลายศาสนา สามารถอยู่รวมกันได้อย่างสันติสุข และมีสำนึกร่วมกับการเป็นคนสยามหรือคนไทยด้วยกัน

 

                ส่วนในเรื่องของพระบรมมหาราชวังนั้น คุณเล็กเลือกสร้างสถานที่อันแสดงให้เห็นถึงสถาบันพระมหากษัตริย์และศูนย์กลางในการปกครองราชอาณาจักรของทั้งอยุธยาและกรุงเทพฯ ให้คนรู้จัก อันได้แก่ พระที่นั่งสรรเพชรมหาปราสาท และพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทั้งสองแห่งนี้ นอกจากจะมีความงดงามทางสถาปัตยกรรมและความเป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองการปกครองที่อาจเชื่อมโยงกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ได้แล้ว ยังแสดงอัตลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันระหว่างอยุธยาและกรุงเทพฯ ด้วย นั่นคือ พระที่นั่งสรรเพชรมหาปราสาทเป็นพระที่นั่งแบบมุขยาวและมุขสั้นอยู่ด้วยกัน เป็นสิ่งที่ไม่มีพบในพระบรมมหาราชวังของกรุงเทพฯ ในขณะที่ทางกรุงเทพฯ ความสำคัญอยู่ที่พระที่นั่งจตุรมุข คือพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ความแตกต่างกันระหว่างพระบรมมหาราชวังทั้งสองแห่งนี้ อาจเป็นสิ่งยั่วยุให้คนที่เข้ามาชมตั้งข้อสังเกต ตั้งคำถาม และไปหาคำตอบจากเนื้อหาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ต่อไป

 

พระที่นั่งสรรเพชญมหาปราสาท สัญลักษณ์ของกรุงศรีอยุธยา

 

                     คุณเล็กอึดอัดและไม่ชอบกับการที่มีคนกล่าวว่า เมืองโบราณเป็นเมืองเนรมิตและจำลองของเก่าๆ มาสร้าง เพราะคำว่าเนรมิตนั้น ค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่ทำอะไรขึ้นมาจากความเพ้อเจ้อ หรือเพ้อฝันเป็นสำคัญ ส่วนคำว่าจำลองนั้นคือการติดยึดกับรูปแบบและเน้นความสำคัญอยู่ที่รูปแบบอย่างหยุดนิ่ง ใครๆ ก็ทำได้ โดยเฉพาะคนที่มีเงินโดยทั่วไป ทำนองตรงข้าม คุณเล็กจะทำอะไรหรือเลือกสร้างอะไรนั้น ต้องศึกษาต้องมีข้อมูลและค้นหาความหมายเสียก่อน เพื่อดูว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อการเรียนรู้ที่จะนำไปสู่ความเข้าใจในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างไร

 

                     เมืองโบราณอุบัติขึ้นจากความรู้สึกและประสบการณ์ของคุณเล็กที่แลเห็นว่า ในช่วงเวลาสี่สิบกว่าปีที่ผ่านมานั้น สังคมไทยพัฒนาอย่าลืมอดีตและเน้นความต้องการทางวัตถุเป็นสำคัญ จึงเป็นผลที่ทำให้คนรุ่นใหม่เติบโตอย่างขาดรากเหง้า จึงจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาและรวบรวมข้อมูลหลักฐานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของสังคมในอดีตมาไว้ เพื่อคนรุ่นหลังจะได้ศึกษาและเรียนกัน

 

                    สิ่งนี้เป็นที่มาของการสนับสนุนให้มีกลุ่มนักวิชาการออกไปทำการศึกษาสำรวจค้นคว้าและนำเอาหลักฐานเรื่องราวมาตีพิมพ์เป็นวารสารเมืองโบราณ ในขณะเดียวกัน คุณเล็กเองก็เลือกเฟ้นสิ่งที่ท่านเห็นว่าดีและมีประโยชน์ในอดีตมาสร้างให้เป็นความรู้อย่างเป็นรูปธรรมในเมืองโบราณ เพื่อสื่อให้แก่คนทั่วไปได้เรียนรู้ โดยเหตุนี้ ทั้งวารสารเมืองโบราณที่มีการพิมพ์ต่อเนื่องมาเป็นเวลา ๓๐ ปีและเมืองโบราณก็คือ กิจกรรมทางปัญญาที่คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ค้นหาและสร้างขึ้น อันเนื่องมาจากการเห็นคุณค่าและภูมิปัญญาของอดีตนั่นเอง

อัพเดทล่าสุด 2 ก.พ. 2559, 00:00 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.