หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
ดับวิกฤติไฟใต้สู่การเรียนรู้เพื่อสังคมไทยสันติสุข
บทความโดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
เรียบเรียงเมื่อ 22 มิ.ย. 2559, 16:16 น.
เข้าชมแล้ว 2658 ครั้ง

ศรีศักร วัลลิโภดม

           กราบ มนัสการพระคุณเจ้า ท่านผู้มีเกียรติ์ทุกท่าน วันนี้ผมดีใจที่ได้มาพูดในที่นี้ เพราะว่าสิ่งที่ดีใจมาก คือ มีเยาวชนมามาก ซึ่งอันนี้ผมว่าเป็นสิ่งที่สำคัญในการที่จะแก้วิกฤติของชาติในอนาคต แล้วผมอยากจะเรียนให้ทราบว่า ผมมาใน หนึ่ง ในฐานะที่เป็นกรรมการสมานฉันท์ อีกฐานะหนึ่ง คือ มนุษย์ธรรมดา เพราะฉะนั้นถ้าผมมีอะไรในฐานะที่เป็นมนุษย์ธรรมดา ถ้ามีอะไรไม่ถูกใจท่าน ท่านสามารถที่จะคัดค้านและแสดงความคิดเห็นได้ หรือถ้าไม่สามารถจะโต้ตอบได้ด้วยวิธีอันนี้ เราสามารถจะคุยกันข้างล่างได้

           ผม อยากจะเริ่มต้นอย่างนี้ว่า การเป็นกรรมการสมานฉันท์ เราถูกเชิญโดยรัฐบาล เราไม่ได้เสนอตัวเข้าไป แล้วเมื่อการถูกรับเชิญ ก็มีข้อแม้ว่า กรรมการชุดนี้ต้องเป็นกรรมการอิสระไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยเหตุนี้กรรมการอิสระจึงประกอบด้วยคนหลายๆ ฝ่าย ทั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ พลเรือน นักวิชาการ คนในท้องถิ่น คนในเขต โดยเฉพาะคนในท้องถิ่นจังหวัดภาคใต้ซึ่งมีทั้งพ่อค้า ราษฎร ผู้นำทางศาสนามากมายเหลือเกิน เพราะความต้องการของกรรมการสมานฉันท์นั้นต้องการรับฟังความคิดเห็นของทุกๆ ฝ่าย เพราะว่าหัวใจของการสมานฉันท์นั้นคือจะต้องเข้าใจกันดี ความเข้าใจกันดีจะนำไปสู่สิ่งที่เรียกว่า เอกภาพ หรือ Unity จากการที่เป็นเอกภาพ หรือความเข้าใจกันดี จึงจะนำไปสู่สิ่งที่เป็นสันติสุข อันนั้นเป็นหัวใจของกรรมการสมานฉันท์ เพราะฉะนั้นกรรมการสมานฉันท์จึงต้องรับฟังความคิดเห็นของคนหลายๆ ฝ่าย ทั้งที่เห็นด้วยและขัดแย้ง และเป็นกระบวนการที่รับฟังตลอดเวลา เพราะฉะนั้นการที่เราออกไป จะมีคนมาคัดค้าน เราไม่ว่า เพราะถือว่าเป็นสิทธิของเขา เราต้องทำความเข้าใจให้ดีจึงจะนำไปสู่ความเป็นสมานฉันท์

           ปัญหา ที่กรรมการสมานฉันท์ได้พบในจุดวิกฤติภาคใต้ เราพบว่าปรากฏการณ์ความขัดแย้ง มันเป็นการมองปัจจุบัน ถ้าหากท่านอ่านไปตามข่าวหนังสือพิมพ์ หนังสือพิมพ์มันเป็นปรากฏการณ์ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แล้วเวลาเราแก้ ถ้าเราแก้โดยทางลัด คือมักจะแก้จากเอาปัจจุบันนั้นไปแก้ มันก็เป็นปลายเหตุ ใช่ไหมครับ ยกตัวอย่างว่า ถ้ารุนแรงก็ต้องแก้ด้วยวิธีแบบนี้ แล้วทีนี้สังคมไทยมันแปลกอยู่อย่างหนึ่ง เราทิ้งประวัติศาสตร์ ถ้าเรามองประวัติศาสตร์ การจะแก้อะไรต่างๆ ต้องมาดูรากเหง้าของมัน พื้นฐานมันเป็นอย่างไร แต่เผอิญในสังคมเรา ประวัติศาสตร์เรามักถูกครอบงำโดยประวัติศาสตร์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ประวัติศาสตร์แห่งรัฐหรือประวัติศาสตร์ชาตินิยมของชาตินั่นเอง ประวัติศาสตร์ชุดนี้มันทำให้คนไทยมองที่ส่วนกลางเป็นใหญ่ทั้งสิ้น โดยเฉพาะคำว่าเป็นคนไทย อันนี้เป็นอันตราย ประวัติศาสตร์ชุดนี้ทำให้คนไทยทั้งประเทศมองส่วนกลางเป็นใหญ่ ความเป็นคนไทย เชื้อชาติไทยเป็นใหญ่ เพราะฉะนั้นมันไม่พัฒนามาตั้งแต่สมัยก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่ว่ามันรุนแรงเอาเมื่อสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว มันเกิดประวัติศาสตร์ชาตินิยมขึ้นมา อันนี้ทำให้คนในโรงเรียนก็ไม่ได้แก้ ถูกปลูกฝังกันมาตลอด เพราะฉะนั้นทำให้เห็นว่าอะไรก็ตามที่ส่วนกลางที่รัฐพูดเชื่อทั้งนั้น แล้วรัฐเองเวลาพูด เวลาให้ข่าวหนังสือพิมพ์อะไร หนังสือพิมพ์ก็ฟังรัฐ ไปออกข่าวออกมา ก็เป็นปรากฏการณ์เท่านั้นเอง แล้วก็ไม่ได้รับฟังอะไรจากหลายๆ ฝ่ายเลย นี่คือเหตุที่เกิดขึ้นมา เพราะฉะนั้นกรรมการสมานฉันท์จึงคิดว่าจำเป็นต้องทบทวนประวัติศาสตร์ ทบทวนความคิดเห็นของคนหลายๆ ฝ่าย เพื่อเอาสิ่งเหล่านั้นมาประมวลเข้า แล้วก็หาทางแก้ไข ผมอยากจะลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในหนึ่งปีเก้าเดือนที่ผ่านมา มันเป็นความรุนแรงที่เกิดขึ้น จุดที่รุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นเมื่อมีการยกเลิก สอบต.โดยรัฐบาล แต่ก่อนนี้การดูแลภายในภาคใต้ประกอบด้วยทหาร พลเรือน ตำรวจ เพราะฉะนั้นสามชุดนี่จะรับฟังความเห็นของท้องถิ่นที่ต่างกัน แล้วถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น ก็ใช้วิธีเกลี่ยกัน แต่พอยกเลิก สอบต. แล้วอำนาจจะตกอยู่กับตำรวจฝ่ายเดียว จึงเกิดปัญหาขึ้น ไม่มีใครคาน แล้วตำรวจก็ใช้เรื่องกฎหมายลงไป แล้วกรณีที่เกิดการอุ้มขึ้นมา จึงมีการปฏิบัติการโต้ตอบที่รุนแรงตลอด ทีนี้เราก็เลยถามว่า อาจจะค้านได้ว่า ก่อนหน้านั้นมันก็รุนแรง มีการเผาโรงเรียน มีการทำลายสถานีรถไฟต่างๆ ระเบิดนั้นก็มี แต่ถามว่ามีคนตายไหม น้อยมากเลย ไม่ใช่ก่อการร้าย แบบ Terrorism ทีนี้ สันนิษฐานเราก็ต้องคิดกันว่า ทำลายโรงเรียนนั้นเพื่ออะไร อันนี้ต้องไปทบทวน เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผม ผมคิดว่าเมื่อผมทบทวนแล้ว เห็นว่าการที่เกิดการทำลายโรงเรียนขึ้นมานั้นก็เพราะว่าเมื่อเราไปปฏิรูปการ ศึกษา เอาการศึกษาแบบส่วนกลางเข้าไป มันเป็นการให้การศึกษาแบบโลกวิสัย คือ ทำให้เป็นทางโลก แต่การศึกษาของคนมุสลิมนั้นเป็นการศึกษาที่มีศาสนา มีส่วนร่วม คนในสังคมมุสลิม ศาสนาอิสลามเป็นวิถีชีวิต ศาสนาจะแทรกซึมไปหมดเลย เพราะฉะนั้นเวลาเอาการศึกษาแบบสามัญเข้าไป มันไปตัดการศึกษาทางศาสนา ความเข้าใจทางศาสนาซึ่งอยู่ในกระบวนการอบรมทางสังคมของเขา ฉะนั้นจึงเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ เกิดการขัดแย้งขึ้นมา จึงเกิดปัญหาขึ้นมา แล้วถัดไปคือขบวนการพัฒนาประเทศที่สภาพัฒน์ ตั้งแต่แผนพัฒนาประเทศฉบับที่หนึ่งเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนี้ เป็นการพัฒนาแบบโลกวิสัย คือ มองเรื่องวัตถุเป็นเรื่องใหญ่ แต่ไม่มองวิถีความเชื่ออะไรต่างๆ เหล่านี้ซึ่งคนในสังคมหลายๆ ฝ่ายเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นมันจึงเกิดความขัดแย้งขึ้นมา แล้ววิธีการพัฒนาแบบโลกวิสัย เอาส่วนกลางเป็นใหญ่ รัฐบอกว่าจะทำอะไร ประชุมนักวิชาการ ด๊อกเตอร์ด๊อกตีนตั้งเยอะแยะ เอาความคิดเห็นแบบต่างประเทศไปใส่เข้า ก็พัฒนาแบบวัตถุเรื่อยลงไป แล้วอะไรเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นปัญหาการพัฒนาที่มีแต่วัตถุหรือเศรษฐกิจอย่างเดียวมันไม่เห็น สังคมไม่เห็นมนุษย์ จึงเกิดการเดือดร้อนทั่วราชอาณาจักรแต่เหตุที่เกิดขึ้นที่สังคมมุสลิมนี้ เป็นจุดที่ว่า เพราะสังคมมุสลิมมีวัฒนธรรมค่อนข้างจะแข็ง แข็งทีเดียว ที่เรามาพูดวันนี้จะรู้ว่าปรากฏการณ์ที่พัฒนาผิดๆ ที่เน้นแต่วัตถุจนกระทั่งท้องถิ่นถูกทำลาย สังคมแตกแยกทั่วราชอาณาจักร แต่เผอิญมันมีจุดแข็งอยู่ที่สังคมมุสลิม จึงมีปัญหาต้านขึ้นมา เพราะฉะนั้นถ้าเราต้องการเรียนรู้ตรงนี้ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมาทบทวนใหม่ว่า สิ่งที่เราจะพัฒนาต่อไป จะอยู่ร่วมกันต่อไป เราต้องมาทบทวน ผมคิดว่าประเทศเพื่อนบ้านที่เคยมีประสบการณ์ล้มเหลวในเรื่องทางสังคมมาก่อน นี่เขาฟื้นได้ มองไปที่ประเทศเวียดนาม ท่านเห็นไหม เวียดนามเป็นประเทศที่ถูกภัยสงครามขยี้ขาดเป็นจุลเลย คนตายนับหลายล้าน แต่ปัจจุบันนี้เวียดนามฟื้น แต่ของเราตั้งแต่พัฒนาประเทศมาตั้งแต่สี่สิบปีที่ผ่านมา โทรมลงทุกที สิ่งที่เห็นอยู่ประชาชนในท้องถิ่นถูกแย่งทรัพยากร เข้ามารุมล้อมหมด เวลานี้ถามว่าคนในประเทศนั้นมีที่ดินตัวเองอยู่หรือเปล่า เป็นทาสติดที่ดิน แต่มีชาวต่างชาติมาสร้างโรงงานใหญ่โตอะไรต่างๆ แล้วเวลาบอกมา หางานให้คนทำ ให้เป็นกรรมกร จากการที่เคยมีความภูมิใจในท้องถิ่น มีทรัพยากรกินอยู่อย่างพอเพียงในเศรษฐกิจแบบพอเพียง เรากำลังเป็นเศรษฐกิจที่พึ่งตัวเองไม่ได้ ยับเยินทั่วประเทศเลย อันนี้เป็นปัญหา เวลานี้เวียดนามเปลี่ยน เขาหันกลับมา ทบทวน Basic คือ พื้นฐาน แต่พื้นฐานที่เขาทบทวน ไม่ได้ทบทวนในเรื่องเกษตรกรรมหรือการจัดการอะไร เขาทบทวนทั้งหมดของฐานทางสังคมและวัฒนธรรมซึ่งนำความเป็นมนุษย์กลับมา เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราพัฒนาที่เปลี่ยนแปลงมาสี่สิบปี เราพัฒนาแบบสองมิติ มิติหนึ่งคนกับคน แล้วคนกับธรรมชาติ แต่ไม่มีมิติคนกับจิตวิญญาณ คนกับสิ่งนอกเหนือธรรมชาติ หรือคนกับระบบความเชื่อ เพราะฉะนั้นถ้าพัฒนาแบบนี้ เป็นวัตถุทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเห็นไหมถ้าท่านกลับไปดูแผนพัฒนาประเทศ ท่านเห็น ตั้งแต่ฉบับที่หนึ่งถึงสิบ ไม่มีบทบาททางศาสนาอยู่เลย ไม่มีเลย เพราะว่าเป็นกระบวนการโลกวิสัย ตัดศาสนาจริยธรรมออกหมด ถือว่าไม่เป็นรูปธรรม ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ แล้วก็เน้นทางเศรษฐกิจเพิ่มพูนวัตถุ อันนี้เราเห็นชัด แล้วก็เหมือนกับที่มุสลิมคัดค้าน แต่ก่อนนี้การศึกษาอยู่ในวัด พระสงฆ์องค์เจ้าเป็นประธานในทางศีลธรรม ผู้อาวุโสในท้องถิ่นเป็นที่ปรึกษา ครูเป็นคนที่มีคนเคารพในท้องถิ่นเพราะต้องให้ความรู้ ถัดจากนั้นถึงเป็นพวกผู้ใหญ่บ้าน กำนัน แล้วคนอื่นๆ เป็นองค์กรธรรมชาติที่เกิดขึ้น การดูแลการจัดการท้องถิ่นทำโดยองค์กรท้องถิ่นทั้งสิ้น แล้วคุมในด้านศีลธรรม พอเราพัฒนาเรียบร้อยเลย ตัดเรื่องพระสงฆ์องค์เจ้าออกไป เดี๋ยวนี้วัดก็ไม่กลายเป็นของชุมชน กลายเป็นของพระอาจารย์ใหญ่ๆ ที่ขายวัตถุมงคล หรือพระใหญ่ๆ ก็มีผู้จัดการ ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ไม่ได้มีบทบาทในการอบรมศีลธรรมเลย อันนี้มันถึงได้เกิดการขัดแย้งขึ้นในกลุ่มของมุสลิม เวลาเราเข้าไปสอบสวน คนมุสลิมต้องการอะไรรู้ไหม เขาต้องการองค์กรท้องถิ่นของเขา องค์กรชุมชนของเขาที่เรียกว่า สภาสุหรอ ในองค์กรสุหรอก็แบบที่ผมพูด คือมีผู้นำทางศาสนา โต๊ะครู และผู้อาวุโสช่วยกัน แล้วอยู่ในการดำรงชีพแบบยั่งยืน มีมิติของคนกับคน คนกับธรรมชาติ คนกับสิ่งนอกเหนือทางธรรมชาติ ตัวศาสนาสอนให้คนอยู่เป็นกลุ่ม เพราะฉะนั้นเวลานี้เห็นไหม เวลามุสลิมต่อสู้ คือ เป็นกลุ่ม ความเข้มแข็งของคนมุสลิมอยู่ที่การอยู่เป็นกลุ่ม ศาสนาสอนให้คนเป็นกลุ่ม ของเราก็เคยสอนศาสนาให้คนเป็นกลุ่ม แต่ปัจจุบันนี้ตัดพระหลุดพ้นจากศาสนาไป คนเป็นปัจเจกหมดเลย เพราฉะนั้นการเป็นกลุ่ม คือ เป็นสัตว์มนุษย์ แล้วสัตว์มนุษย์อยู่ได้ด้วยกติกา สิ่งที่เป็นจริยธรรมสอนให้คนอยู่กันเป็นศีลธรรม เพราะฉะนั้นเวลาเรามองจากพัฒนาการของมนุษย์ มนุษย์เป็นกึ่งคนกึ่งสัตว์ ศาสนา จริยธรรม ทำให้คนเป็นสัตว์มีศีลธรรม แต่ถ้าเราตัดศาสนาความเชื่อจริยธรรม คนนี้คือเดียรฉาน ปัจจุบันนี้การพัฒนาประเทศสอนให้คนเป็นเดียรฉาน เพราะเป็นกระแสมาจากทางตะวันตก ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเสรี คือ สอนให้คนเป็นปัจเจก ไม่ต้องอยู่กันเป็นกลุ่ม เอารัดเอาเปรียบกัน บ้านเมืองมันถึงฉิบหายกันถึงขนาดนี้ แต่ว่าคนมุสลิมเขาต้องการแบบนั้น แล้วเขาก็ต่อต้านสิ่งที่เป็นวัตถุเข้ามา เพราะฉะนั้นกระบวนการที่เป็นมหานครปัตตานีก็ดีหรือโครงการอุตสาหกรรมเข้าไป ก็ดี เขารับไม่ได้ เพราะชีวิตเขามันมีความสำคัญอยู่สามระดับ อยู่เป็นกลุ่มที่มีศาสนาเป็นตัวนำ พอสิ่งเหล่านี้เข้าไป มันกระจายหมดเลยในสังคมเขา เกิดการแตกแยกหมดเลย คนต่างถิ่นเข้าไปอยู่ในเขตปัตตานีที่ไม่มีหัวนอนปลายตีนตั้งเยอะ เข้าไปด้วยการมีเทคโนโลยีนายทุนมากเลย แล้วคนในสามจังหวัดภาคใต้จะเอาอะไรกิน ผมไปเมื่อหกเจ็ดปีก่อน จะพบปรากฏการณ์ที่แปลก อย่างเช่นชายทะเลซึ่งคนมุสลิมเคยมีบ้านอยู่เป็นกระต๊อบใบจาก แล้วก็มีเรือกอและคอยจับปลา จับปลา เรือกอและนั่นท่านรู้ไหมเวลาคนไทยไปศึกษานั่น โอ๊ย นี่เป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่สวยงามแต่ท่านรู้ถึงความเจ็บปวดหรือเปล่า เรือกอและจับปลาได้เพียงลำหนึ่ง วันหนึ่งสิบห้าสิบหกกิโล สัตว์ทะเลเบญจพรรณอยู่ตามชายฝั่งแล้วเขาพอ พอรุ่งเช้าค่อยจับใหม่ แต่รัฐหรือนายทุนเอาเรืออวนรุนอวนลากไปลากหอยลาย หอยลาย ลากหอยปูปลาได้หกสิบตันต่อวัน วันหนึ่งที่ผมไปมีตั้งสิบเอ็ดลำ คนมุสลิมเต้นเลย แล้วจะหากินอย่างไร เขาบอกไอ้พื้นทะเลที่มันมีไอ้พวกสัตว์น้ำอยู่นี่ ถูกลากไปเป็นสนามกอล์ฟไปหมดแล้ว นี่เป็นความเจ็บปวด แล้วคนมุสลิมก็ต้องเพิ่มกำลังผลิตจากสิบสามกิโลมาเป็นยี่สิบกิโล บ้านช่องสกปรกหมดเลย ชายหาดที่เคยอยู่อย่างสงบ ต่อมาเขตชายทะเลกลายเป็นเขตนากุ้ง ป่นปี้หมด สภาพแวดล้อมพังหมด ความแตกแยกในสังคมก็เกิดขึ้น เกิดพวกกลุ่มนายทุน เกิดอะไรต่างๆ มากมาย อุตสาหกรรมที่ลงไปยับเยินหมดเลย ตรงนี้คือการแย่งทรัพยากรโดยตรง แต่เขาไม่มีทางที่จะต่อต้าน พูดอะไรก็ไม่ได้ เพราะอะไร ต้องหวนกลับไปดูการปกครองของเรา การปกครองสมัยสมบูรณาญาสิทธิราช รัชกาลที่ ๑ แบ่งปัตตานีเป็นเจ็ดหัวเมือง แล้วก็ให้ปกครองกันเอง ไม่ได้ไปครอบแบบปัจจุบัน ให้ปกครองแบบแต่งตั้ง เขาจะทะเลาะก็ทะเลาะกันเอง แล้วจะกำชับพวกเจ้าหน้าที่ราชการอย่าไปจุ้นจ้านกับเขา อย่าไปก้าวก่ายเขา อันนี้มีอยู่เลย เพราะฉะนั้นถ้าไปอ่านหนังสือในเอกสารรัชกาลที่ ๖ จะเห็นชัดเจน แต่พอหลังจากที่เราพัฒนาประเทศเราลงไป ลงไปในลักษณะที่แย่งทรัพยากรกัน จึงเกิดปัญหาขึ้นมา ทีนี้เมื่อเข้าไป เอาอุตสาหกรรมลงไป ความเจริญแบบเทคโนโลยีเข้าไป เขารับไม่ได้ เพราะว่าวิถีชีวิตเขามีศาสนาแบบเรียบง่าย เพราะฉะนั้นเขารับไม่ได้ เขาปรับตัวไม่ทัน เขาจึงเกิดอยู่ในสภาพที่ล้าหลัง พอล้าหลัง เขาถูกแย่งทรัพยากรหมดเลย เรามีงานวิจัย ผมทำวิจัยเมื่อก่อน หนึ่งปีเก้าเดือนที่ผ่านมาแล้วลงไปทำงานวิจัย แล้วงานวิจัยอันนั้นได้รางวัลสกว. คนที่เราวิจัย คนแก่ๆไม่เคยโหยหาอดีต เขาเจ็บปวดแต่เขาไม่ต่อต้าน เขารักที่จะตายในปัตตานี ปัตตานีคือมาตุภูมิ เขาเป็นมาเลย์ มีสำนึกมาเลย์ แต่เป็นมาเลย์แบบปัตตานี ภูมิใจในการเป็นปัตตานี บอกไม่ไปไหนหรอก ไม่แบ่งแยกดินแดนหรอก อยากจะตายที่นี่ นั่นคือคนแก่ แต่เมื่อวิจัยไปแล้วคนหนุ่มคนสาวมันไม่ยอม ปัญหามันอยู่ตรงนั้น เมื่อเหตุรุนแรงขึ้นปรากฏว่าใครเป็นคนเกิดขึ้น เด็กทั้งนั้นแหละที่รุนแรงทั้งนั้น แล้วอะไรเกิดขึ้น ที่เกิดขึ้นมาเพราะว่า เรา ประวัติศาสตร์เรามองเขาเป็นคนประเภทสองอย่างที่เมื่อกี้ท่านรองผู้ว่าพูด ประเภทสองตลอดเวลาเลย สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ไปเปลี่ยนวิถีชีวิตเขา การแต่งกายอะไรต่างๆ เขาก็คับแค้นเรื่องจิตใจอยู่แล้ว พอมาถึงสมัยหลังแย่งทรัพยากร แล้วก็ไม่ได้รับความเป็นธรรม มันจึงมีปรากฏการณ์อะไรต่างๆ นี้เกิดขึ้นเรื่อยๆ แม้กระทั่งเวลาเราพัฒนาศาสนาเราก็ไม่ได้สนใจเขาเห็นไหม อันนี้ผมพูดตรงๆ นะอย่างเช่น ธูปมิ่งมงคลนั่นเอาค้ำอยู่นราธิวาสเลย ถ้าสมัยก่อนนี้พระมหากษัตริยาธิราชเจ้าไม่ทำอย่างนั้น ตรงไหนเป็นเขตที่ต่างศาสนาสนับสนุนให้เขามีมัสยิดมีอะไรใหญ่โต แต่เราไปทำ แบบอำนาจอันนั้น คือ เขาไม่ว่าอะไรแต่มันก็อยู่ในจิตสำนึกตลอดเวลา เพราะฉะนั้นเวลามีเรื่องขึ้นมา ถูกฆ่าตาย ตั้งแต่หะยีสุหรงเรื่อยมาต่างๆ เหล่านี้แล้ว แล้วก็มาที่จุดประเด็นสำคัญที่เราได้ข้อมูลมาเร็วๆ นี้ คือ เหตุการณ์เมื่อ ๑๘ พฤษภาคม สภากอตอ ในสมัยรัฐบาลคึกฤทธิ์ คนมุสลิมถูกฆ่าตาย มีหกคนรอดมาคนหนึ่งเขาไปเรียกร้อง เป็นจำนวนแสนคนที่มัสยิดกลาง แล้วตรงนั้นแหละความคับแค้นเกิดขึ้นเมื่อได้ทราบคือเป็นเอกราช เพราะฉะนั้นไอ้สิ่งเหล่านี้มันอยู่ในสำนึกว่า ฉันถูกกระทบกระทั่งตลอดเวลา แล้วหลังจากนั้นเราก็ไม่ได้พัฒนาอะไรเลย มันก็ต้องเกิดอันนี้ขึ้นมา ทีนี้คนรุ่นใหม่ คนแก่มันไม่เอาหรอก แต่เด็กรุ่นใหม่มันรับอันนั้น แล้วก็พอมาระบบ โอกาสในการศึกษา ท่านรู้ไหมผมไปสัมภาษณ์เด็กมุสลิมเมื่อจบการศึกษาแล้ว เขาไม่ได้ก้าวหน้าเพราะเขาเรียนปอเนาะ ปอเนาะยังดีที่อบรมเขา เดี๋ยวนี้ยังอยู่ในหมู่บ้านมากเลย แต่เด็กไปหางานทำที่อื่นเยอะแยะ เขาขาด เขาถูกมองในแง่ที่ว่าเป็นประชาชนชั้นสองแล้วไม่มีโอกาส เพราะฉะนั้นเมื่อไม่มีโอกาส บางคนออกไปทำงานที่มาเลเซีย มาทำงานที่กรุงเทพฯ เป็นลูกจ้าง ทีนี้ความเจริญที่โน่นที่นี่แล้วกลับไปดูบ้านตัวเอง ไม่มีอะไรเลย แล้วกลับไม่ได้ ความคับแค้นเกิดขึ้น ทีนี้ปัญหา เพราะที่เราพัฒนาประเทศโดยที่ไม่เข้าใจ หลายฝ่ายเข้าไปมะรุมมะตุ้มสามจังหวัดภาคใต้ เกิดขบวนการค้าของเถื่อน ยาเสพติดมากมายเหลือเกิน โดยเฉพาะค้าของเถื่อนนี่น่ากลัว เพราะเขตนราธิวาส ของเถื่อนเข้าๆ ออกๆ ตลอดเวลา ยาเสพติดก็เข้า แล้วเมื่อรัฐบาลปราบขึ้น พวกนี้จัดการ ก็เอาทุนไปทุ่มให้เด็กก่อการร้ายขึ้นมา เด็กมันมีแนวโน้มอยู่แล้ว ความรุนแรงจะเกิดขึ้น เห็นไหม เพราะเยาวชนนี่สำคัญที่สุดเลย แล้วถามๆ ไปเราเข้าไปศึกษาดู ยังไม่มีรุกล้ำจากข้างนอก ข้างในเท่านั้นเอง แล้วก็มีไม่เท่าไหร่ แต่เพราะว่าการปฏิบัติการแบบเอาส่วนกลางเป็นใหญ่โดยไม่เข้าใจ แล้วไม่เข้าใจว่ากระบวนการพัฒนาประเทศที่ให้เป็นวัตถุจนเกินไป เป็นอันตรายเพราะกลับตัวไม่ทัน ความรุนแรงก็เกิดขึ้น แล้วเด็กเหล่านี้น่าสงสารเพราะเป็นเหยื่อต่อผู้ไม่หวังดี เมื่อเร็วๆ นี้ได้ข่าวว่าเขาจับมา คือ ตอนหลังรัฐบาลเข้าใจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐเข้าใจ แม่ทัพเข้าใจ ผู้ว่าเข้าใจ ก็ได้เด็กมาก็มาสอบถาม เด็กเขาบอกว่า ส่วนหนึ่งเขาบอกว่า เมื่อเขาถูกจับเขาบอกว่าเขาจะได้เรียนไหม เขาทำความผิดหวังให้กับพ่อแม่มาก อีกส่วนหนึ่งเขาต้องไปผิดคำสาบาน มีผู้ให้เขาไปรับคำสาบาน คือ ทั้งนี้จึงต้องมีการแก้คำสาบานกัน เพราะฉะนั้นอย่างนี้ถูกมอมเมาตลอดเลย ถามว่า ทำไมเด็กมอมเมา ก็เพราะเขาอยู่ตรงนั้นเขาไม่เห็นโลก แล้วศาสนาเป็นสิ่งที่ยึด ความรุนแรงไม่ได้เกิดจากศาสนาศาสนาเป็นสิ่งดี แต่คนฉวยโอกาสใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือในการสร้างลัทธิ ทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา ฉะนั้นเวลาแก้เราแก้ด้วยการใช้อำนาจลงไปจัดการ โดยที่ไม่เข้าใจถึงสาเหตุ จึงเกิดปัญหาขึ้นมา เวลานี้ปัญหาขณะนี้ หลังจากที่ เอาละหนึ่งปีเก้าเดือนที่ผ่านมาความรุนแรงเกิดขึ้น ฆ่าปฏิบัติการโต้ตอบเพราะว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐไปอุ้ม เขาก็โต้ตอบโดยการยิงบ้าง เห็นไหม เพราะฉะนั้นครูก็ถูกยิงตาย เจ้าหน้าที่ของรัฐก็ถูกยิงตาย แล้ว อบต.ก็ถูกยิงตายเยอะเลย ทำไมล่ะ เพราะ อบต. อันนี้ต้องพูดทั่วไปนะ อบต.เป็นองค์กรที่รัฐสร้างขึ้นให้เป็นการปกครองท้องถิ่นแต่มันเร็วไป เพราะผู้ที่อยู่เป็น อบต.ส่วนมากถ้าเป็นคนท้องถิ่น รักษาท้องถิ่น อบต.ทำดี ถ้าเป็นคนถิ่นอื่น อบต.คือ เจ้าพ่อ เพราะฉะนั้นมันไม่ได้ทำความเจริญให้แก่ท้องถิ่น มันถึงเกิดการขัดแย้งขึ้นมา แล้วการขัดแย้งมันไม่มีคนพุทธอย่างเดียว ในกลุ่มมุสลิมมันขัดแย้งกันหมดเลย แล้วมีการฆ่า ปรากฏว่าคนมุสลิมตายมากกว่าพุทธ ไม่เชื่อไปดูสถิติ ป่นปี้ไปหมดเลย มันแตกแยกกันไปหมดเลย เพราะฉะนั้นเวลานี้ ปัญหาว่าเราจะจัดการอย่างไร ทั้งนี้ทั้งนั้นการที่รัฐเข้าไปจัดการหรือคนส่วนใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้องนี่ไม่ เข้าใจ ทีนี้อันตรายที่มันเพิ่มขึ้นก็เพราะว่าเมื่อมีข่าวออกไป ท่านเห็นไหม ข่าวออกไปตามหน้าหนังสือพิมพ์ ไอ้พวกนี้แบ่งแยกดินแดนทั้งนั้น ใช่ไหม ข่าวประโคม แล้วก็ใช้กำลังเข้าไป แต่เมื่อลงไปจริงๆ กรรมการ กอส. ลื้อนี่แบ่งแยกดินแดน ก็บอกว่าพวกแบ่งแยกดินแดน คิดแบ่งแยกดินแดนนี่กลุ่มเล็กนิดเดียว กลุ่มนี้นิดเดียวเท่านั้นเอง แล้วไม่มีทางด้วย ทุกประเทศก็มี แต่รัฐควบคุมได้ แต่ทำไมมันเกิดอ้างกันเยอะแยะนัก เพราะปัญหาที่มันซับซ้อนอยู่ตรงนี้ แล้วเราก็ไม่ได้แก้ เปลี่ยนรัฐมนตรีกลาโหม เปลี่ยนแม่ทัพนับไม่ถ้วน ขี่ช้างจับตั๊กแตนกัน ทั้งที่คนก็มีไม่เท่าไหร่เพราะไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้ มันก็รุนแรงขึ้นมา นี่คือปัญหา แต่ขณะนี้ดีขึ้นแล้ว เพราะอะไรรู้ไหม เพราะว่ากระแสของสังคมมหาชนที่ท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่นี่เป็นส่วนหนึ่งใน สังคมมหาชน ไม่ได้มองว่าเป็นการแบ่งแยกดินแดน เพราะว่าเราไม่ให้ความชอบธรรมกับผู้ที่ไม่เข้าใจในการใช้อำนาจ เพราะฉะนั้นส่วนกลาง ส่วนที่เป็นสังคมมหาชนต้องทบทวนดูว่า ที่เขาว่าแบ่งแยก ดินแดนจริงหรือเปล่า งานที่กอส.ลงไปนี่ จริงๆ เขาไม่ได้แบ่งแยกดินแดน มีเพียงจุดเล็กๆ เท่านั้นเอง แต่การที่ตีขลุมว่าเป็นการแบ่งแยกดินแดน ทำให้ขัดแย้งกัน แล้วทีนี้ความขัดแย้งที่รุนแรงคือ จะเป็นความขัดแย้งกับศาสนาพุทธกับอิสลาม ถูกยุแยงตะแคงรั่วไปหมดเลย นี่คือปัญหา แล้วผมคิดว่าที่ผมมาวันนี้อยากทำความเข้าใจว่าสังคมมหาชนต้องสดับตรับฟัง ข้อมูลจากอีกหลายๆ ฝ่าย แล้วทำความเข้าใจว่า ไม่ใช่เป็นการแบ่งแยกดินแดน แต่เป็นการขัดแย้งภายในที่เกิดขึ้น แล้วก็ถ้าใช้การจัดการไม่ถูกต้อง ไม่นุ่มนวลมันไม่มีทาง แล้วสิ่งที่จะลุกลามต่อไป คือ เชื้อเชิญอำนาจข้างนอกเข้ามา ซึ่งเวลานี้อำนาจปรากฏการณ์ของโลกท่านเห็นไหม โลกแบ่งออกเป็นสองขั้ว โดยที่เป็นสงครามโลกที่ไม่ประกาศ เป็นสงครามที่ระหว่างกลุ่มหัวรุนแรงทางศาสนา เพราะฉะนั้นเมื่อถูกรังแกมันก็เลยกลายเป็นตั้งพวกขึ้นมา แล้วสู้กับกลุ่มอีกฝ่ายหนึ่งที่เป็นทุนนิยมเสรี ฝ่ายทุนนิยมเสรีก็ใช้อาวุธยุทธพันมากมายเหลือเกินเทคโนโลยีสูงๆ แต่พวกนั้นสู้ด้วยใจ เกิดคาร์บอมขึ้นมา แล้วคอนโทรลได้ไหม ต้องระวังสิ่งเหล่านี้ แต่เหตุที่ไม่เกิดรุนแรงขึ้นภาคใต้ เพราะว่าคนส่วนใหญ่ยังรักษาคนแก่ๆ คนมุสลิมยังยึดถือปัตตานีเป็นมาตุภูมิ เพราะต้องการอยู่ตรงนั้น เพราะฉะนั้นถ้ามีอะไรที่จะช่วยกันได้ก็จำเป็นต้องทำ แต่การทำต้องเข้าใจ เพราะว่าเราต้องให้เครดิตแก่คนท้องถิ่นเขาจัดการกันเอง อย่างที่เวลาเราไปทำ เวลานี้ฝ่ายทาง กอส. ก็อยากทำความเข้าใจว่าทำอย่างไรถึงจะรื้อฟื้นความเป็นตัวของตัวเองของท้อง ถิ่น พลังของท้องถิ่นออกมา ให้เขาจัดการกันเอง อันนี้ถ้าฟื้นได้ก็จะเป็นตัวอย่างที่จะจัดการได้ทั่วประเทศ เพราะว่าการเข้าไปรุกล้ำเรื่องภายในไม่ใช่กลุ่มของมุสลิมทั่วราชอาณาจักร ที่ชาวบ้านไม่เดือดร้อน เพราะระบบการปกครองแบบเน้นส่วนกลางทำลายท้องถิ่นโดยตรง ท้องถิ่นไม่สามารถจัดการกับทรัพยากรได้ เพราะฉะนั้นวิธีการที่เรามาพูดวันนี้เราต้องมาคุยกันแล้วว่าบทเรียนที่เกิด ขึ้นในภาคใต้ตรงนี้ อย่าไปพูดถึงเยียวยา มันจะเป็นกระบวนการต่อไป แต่เราต้องเอาบทเรียนนั้นมาดูแลตัวเองว่าอะไรเกิดขึ้นในขณะนี้ ผมไปที่เวียดนาม ผมเห็น ผมถึงเรียนให้ทราบว่าเวียดนามตายเป็นล้าน แต่เขาฟื้น เขาฟื้นด้วยวิธีอะไร แล้วเราถูกบดขยี้มาตลอด แต่น่าเสียดายที่สังคมไทยไม่รู้ตัวว่าถูกบดขยี้ คือเราไม่รู้ตัวว่าเราถูกทำลาย น่าประหลาดมาก ขบวนการแบบนายทุนนี่ขยี้ทั่วราชอาณาจักรเลย บ้านแตกสาแหรกขาดกันหมด แต่เราไม่รู้ เพราะเราถูกมอมเมาให้เป็นทาสติดที่ดิน ใช่ไหม คุณจะซื้อต้องซื้อจากท้องถิ่น ฉะนั้นเวียดนามหันกลับไปดู Basic Basic ของเวียดนาม คือให้คนท้องถิ่นมีความมั่นคง ตรึงไม่ให้คนข้างนอกเข้าไป แต่ไม่ได้ปิดโอกาส ให้คนท้องถิ่นเข้มแข็ง ดูแลเศรษฐกิจภายในท้องถิ่นก่อน ระบบศีลธรรมต้องฟื้นกลับมา ฉะนั้นเวียดนามไม่ได้เป็นคอมมิวนิสต์แบบวัตถุนิยม มีศาสนา ผมไปเวียดนาม มีทั้งคาทอลิก ทั้งมุสลิม ทั้งพุทธมหายาน แล้วก็มีสิ่งแปลกๆ มาก เมื่อเร็วๆ นี้ที่ผมไปดู คือ แกนนำเลย ผมไปวิจัยที่เวียดนามมีลัทธิใหม่ทางศาสนา คือลัทธิหมายถึงเจ้าแม่กวนอิม แล้วมาปรับใหม่ ในคำสอนของลัทธินี้บอกให้เคารพมนุษย์ เพราะฉะนั้นสังคมไทยเป็นสังคมที่ไม่ได้เคารพมนุษย์ มีความเหลื่อมล้ำ คนที่มาจากส่วนกลางจะมีสิทธิ คนที่เป็นคนไทยจะมีสิทธิมากกว่าคนอื่น ไม่มีความเสมอภาคเลย นั่นคือเป็นค่านิยมของคนไทย แต่เมื่อมาแก้ด้วยการให้ความเสมอภาคมันก็เกิดโครงสร้างที่เสมอภาคขึ้นมา ศาสนาคุม แต่เรามีเจ้าแม่กวนอิม แต่เป็นไสยศาสตร์ เป็นไสยศาสตร์ที่เป็นปัจเจก เพราะคนรวยที่ไม่ต้องการตายก็ไปติดสินบนเจ้าผี มันถึงได้มาสอนศีลธรรม นั่นเขาฟื้นตรงนั้น แล้วก็เวียดนามแปลกมีการนับถือบรรพบุรุษ ทำไมหลุมศพยังอยู่ในบ้านเขาล่ะ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะการเป็นนับถือบรรพบุรุษ มันเป็นกลุ่มของครอบครัว คนเวียดนามทำงานเป็นกลุ่มๆ แล้วไม่โลภมาก ฉะนั้นผมเข้าไปดูในท้องถิ่นของเขา เขาทำนาเฉพาะตัวเอง แล้วมีกลุ่มที่ไปช่วยกันทำ แล้วรัฐนี่ให้จัดการน้ำเอง เพราะฉะนั้นเวลาไปเวียดนาม เพราะว่ารถวิ่งไปยากมากไม่มีถนนแบบไฮล์เวย์ของเรา ความเร็วคุมประมาณสี่สิบหรือห้าสิบกิโลต่อชั่วโมง เพราะอะไรรู้ไหม เพราะการทำถนนไปตัดทางน้ำเขา ทำให้เกษตรท้องถิ่นทำไม่ได้ แล้วไม่สร้างชลประทานหลวง ไม่ตัดป่าแบบเรา เพราะมันเป็นป่าไม่มีตัดนะ เพราะฉะนั้นน้ำอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ แต่ของเรานี่น้ำก็ถูกแย่งโดยโรงงาน ป่าก็ตัดให้เกิดน้ำท่วมภาวะวิกฤติขึ้นมา ราษฎรก็ถูกอพยพไป แล้วท้องถิ่นของเราเต็มไปด้วยพวกที่ไม่มีหัวนอนปลายตีนทั้งสิ้น เมื่อสองวันนี้ผมไปพูดถึงที่เชียงใหม่ ผมบอกเชียงใหม่มันมีหรือคนทำลาย มันมีจากคนที่มาจากที่อื่นๆ ทั้งนั้น เข้าไปที่ คนไม่มีหัวนอนปลายตีน ท้องถิ่นมันหมดเลย ท้องถิ่นในเมืองไทยจำนวนมากผมว่าสุโขทัยนี่เคยอยู่มาสักห้าพันคน พอมันกระทบมีโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาสองหมื่นคน ฉิบหายแล้วไม่มีอะไรเหลือ ตรงนี้เป็นจุดที่เราไม่ไปแก้ เราต้องแก้จากตรึงคนให้อยู่กับที่ แล้วก็ให้คนมีพร้อมแล้วจึงให้คนท้องถิ่น คนต่างถิ่นเข้ามา แต่นี่ไม่ใช่ ไอ้คนท้องถิ่นถูกขยี้โดยข้างบน ผมไม่เคยเห็น ผมไปเวียดนามตลอด ผมเห็นว่าไอ้พวกทุนนิยมที่อยู่แถวๆ ไซ่ง่อนเท่านั้นเอง ไม่ว่าซีพีอะไรอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมไปเพ่นพ่านเขาไม่ได้ แต่เรานี่ไปตลอดเลย แล้วคนไทยจะถูกแย่งที่ดินมากโดยนายทุนทั้งต่างชาติและในประเทศ แล้วจะเอาอะไร เวลานี้เราถูกขยี้โดยที่ไม่รู้ตัว สักวันหนึ่งมันก็จะเกิดรุนแรงขึ้นมา แต่เผอิญมันเกิดขึ้นที่ภาคใต้ แล้วภาคใต้ก็ไปจับปราบปรามกันอยู่ มันไม่ใช่การก่อการร้ายอย่างเดียว มันหลายเรื่อง ฉะนั้นเราต้องทบทวนตรงนี้ ฉะนั้นท้องถิ่นต้องเข้มแข็ง จะจัดการท้องถิ่นได้ต้องมีองค์กรท้องถิ่น นำองค์กรท้องถิ่นเดิมจัดการ พระสงฆ์องค์เจ้าสมัยก่อนนี้ท่านก็รู้ว่าในวัดย่านหนึ่งนี่ พระครูพระอุปัชฌาย์สำคัญที่สุดเลย ผมบวชกับท่าน คนอื่นบวชกับท่าน ท่านเป็นผู้นำทางศีลธรรม ท่านสั่งสอน ถึงเกิดโคลงสมัยก่อนนี้ว่า “ เราก็ศิษย์มีอาจารย์หนึ่งบ้าง ” ไม่ใช่ครูที่รับจ้างสอนหนังสือตามโรงเรียน มันไม่ใช่ คนที่อยู่ คนแก่คนเฒ่าที่มีอาวุโสรู้เรื่องภูมิปัญญาดีก็สอนว่าอะไรคืออะไร แล้วคนนั้นเขาไม่เอาแล้วในเรื่องของทางโลก เขาต้องการให้ลูกหลานอยู่สืบไป แต่ครูคือครู ไม่ใช่ครูที่รับจ้างสอนหนังสือแล้วเรียกร้องเอาขณะนี้ เพราะครูถูกแยกออกเป็นทางสถาบันท้องถิ่นโดยกระทรวงศึกษา ทำให้ครูไม่เป็นครู ต้องฟื้นฟูกลับเข้ามาให้เป็นผู้นำผู้มีภูมิปัญญาในท้องถิ่น อันนั้นแหละจะเกิดองค์กรที่เป็นธรรมชาติขึ้น ทำเพื่อท้องถิ่น แล้วถึงจะขานรับองค์กรจากรัฐ จะมีผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. ว่ากันอีกทีหนึ่งเพื่อให้มันเกิดดุลยภาพ พยายามที่จะต้องสร้างฐานพัฒนาที่มีดุลยภาพ ความมั่นคงของคนท้องถิ่น ความอยู่ดีกินดีของคนท้องถิ่น ความมีศีลธรรมของคนท้องถิ่นอยู่กันอย่างเอื้ออาทรในกระแสพระราชดำรัสของพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ เศรษฐกิจแบบพอเพียง เศรษฐกิจแบบพอเพียงคุณดูให้ดี ไม่ใช่ทำมาหากินอย่างเดียว มันเป็นวิถีชีวิตที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบอกว่าเราอยู่กันมาตั้งแต่ สมัยพ่อขุน เราไม่เดือดร้อนอะไร มันฉิบหายเมื่อสี่สิบปีนี่เอง ใช่ไหมถ้าเราอยู่กันอย่างราบรื่น คนไทยเวลาพูดกันถึงปั๊บ เขาพูดเขามีอาหารการกินมากมาย แต่เขาไม่มีรถยนต์ ไม่มีแบงค์ ไม่มีตึกระฟ้า เขาอยู่กันได้อย่างเป็นสุข สิ่งเหล่านี้เวียดนามกำลังจะทำ แต่ทำโดยที่ไม่ได้ ถอยหลังเข้าคลอง ผมไปเวียดนาม ผมจะพบว่า เวียดนามมีโครงสร้างที่ใหญ่ที่สุด คือ โรงเรียน ขนาดใหญ่เลยสามชั้น สองชั้นใหญ่มาก แล้วพวกคอมพิวเตอร์มีมากมายเลย แต่ไม่ใช่ให้เด็กมากดเกม สอนกันให้รู้ว่าจะรับเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างไร เพราะฉะนั้นเด็กสามารถไปโรงเรียน ไปเช้าเย็นกลับ กลางวันกลับมากินข้าวได้ เวลาไปเวียดนามมันขี่จักรยานกันเต็มเลย ของเราไม่รู้อะไรเกิดขึ้น นี่คือระบบโรงเรียนเฮงซวยที่จัดไม่ได้ในกระทรวงศึกษา ตัวทำลายฉิบหายวายป่วงหมด ผมกล้าพูดนะผมไม่กลัวหรอก ต้องปรับอันนี้ ต้องให้การศึกษาเป็นของท้องถิ่นจริงๆ แล้วทุกคนทำบทบาท ถ้าทำได้ครูมีศักดิ์ศรี ก็ไม่ต้องไปเดินขบวนตรงนี้ แต่ที่มันมานี่มันไม่พร้อม ถ้าทำอันนี้ได้มันก็จะเกิดความมั่นคงในท้องถิ่น แล้วท่านรู้ไหมเวียดนามทำอะไร เอาประสบการณ์ที่อเมริกันมันขยี้ นำมาเป็นบทเรียนให้คนเกิดความรักชาติ ใกล้ๆ กับโรงเรียนจะมีอนุสาวรีย์วีรชนที่ใหญ่ แล้วเอาหลุมศพไปเรียงกัน จารึกชื่อหมดเลย สมมุติว่าคนนี้เป็นไทยใหญ่ ไทยดำ ไทยแดง เป็นพวกนี้ เป็นข่านี่ถูกจารึกหมด เพราะทุกคนตายในสงครามเท่ากัน โรงเรียนมีหน้าที่ดูแลรักษาความสะอาดของหลุมศพ เด็กต้องไปขัด เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำนี่ เขาสอนความรักชาติลงไป รักมาตุภูมิไป แล้วคนที่ต่างเผ่าพันธุ์เป็นวีรบุรุษเท่ากัน แต่ของเรานี่ นั่นคือความเป็นจริง ท่ามกลางความต่างกันเขาคือเวียดนาม ของเราพอลงไปท้องถิ่น มันเป็นญวน เป็นแขก เป็นลาว เป็นเจ๊ก ไม่มีสิทธิ์ ต้องเป็นไทยอย่างเดียว ฉะนั้นก็ทำให้คนเกิดการจอมปลอม กูต้องเป็นไทย คนอื่นเป็นนั่นอื่นหมด แล้วกรณีนี้ไทยจัดมุสลิมว่าเป็นแขก ใช่ไหม ที่จริงแล้วถ้ามองอันนี้ สิ่งเหล่านี้ถูกจรรโลงโดยประวัติศาสตร์ของรัฐ ถ้าหากว่าประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นจะพบความจริงว่า ไม่ใช่ คนนี้เป็นลาว คนเขมรอะไรต่างๆ นี้ เพราะมันอยู่กัน แล้วหลังจากอยู่ด้วยกันแล้ว ท้องถิ่นรวมให้กันเป็นคนในท้องถิ่น อย่าเป็นคนเมืองสุโขทัย ถามว่าย้อนไปถึงสมัยพ่อขุน สุโขทัยเป็นคนไทยล้วนๆ เหรอ ไม่มีหรอก ในจารึกพ่อขุนรามคำแหงว่า “ ท่านไปกวาดต้อนผู้คนเทครัวมา ไม่ฆ่า ไม่ตี เอาความเป็นพลเมืองใช่หรือไม่ ” เพราะฉะนั้นสุโขทัยจึงเต็มไปด้วยคนหลายเผ่าพันธุ์ ไม่ใช่ไทยที่อพยพมาจากน่านเจ้าบ้าๆ บอๆ ที่ประวัติศาสตร์แห่งชาติสอนมา มีทั้งลาวอพยพมาเท่าไหร่ หลวงพระบางเข้ามาเท่าไหร่ แล้วก็ยกย่องผู้มีคุณธรรมเป็นพระมหากษัตริย์อย่างพ่อขุน พระมหากษัตริย์ก็เป็นผู้ที่เป็นกลไกที่สำคัญที่จะดูแลเผื่อแผ่ที่ไหน ไปอ่านจารึก หมู่บ้านที่เกิดขึ้นมีการกัลปนาที่ดิน กัลปนาที่ดินให้เป็นของคนกลุ่มนี้ สร้างวัด เขาก็เป็นคนสุโขทัย หลังจากนั้นก็มาสัมพันธ์กันแต่งงานปะปนกัน เพราะฉะนั้นถ้ามองไปประวัติศาสตร์ท้องถิ่นไม่มีคนไทยเลย แล้วความเป็นประวัติศาสตร์ท้องถิ่นแบบนี้ คุณเชื่อไหมทั้งลาว เขมร ญวน ไม่ต้องมาทะเลาะกัน ปัจจุบันนี้มันสร้างประวัติศาสตร์สร้างขึ้นมาเดี๋ยวก็ทวงพระแก้ว เดี๋ยวก็จะมายึดดินแดนมันต้องเปลี่ยน นักเรียนก็ต้องเปลี่ยน รัฐบาลไม่เปลี่ยนช่างแม่มัน ท้องถิ่นต้องเปลี่ยน ผู้นำท้องถิ่นต้องเปลี่ยน ต้องดูโคตรเหง้าของตัวเอง บางคนเป็นเจ๊ก บางคนเป็นแขกเข้ามา แต่เราต้องรู้ว่า แต่เรามีสำนึกร่วมด้วยกันในท้องถิ่น ท้องถิ่นต้องเข้มแข็ง ใครจะเข้ามาต้องรับกติกาในท้องถิ่น อันตรายที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือไม่รับกติกาท้องถิ่น เอาอำนาจรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง แล้วสิ่งเหล่านี้ใช้กับคนมุสลิม เขารับไม่ได้ เขาปรับตัวไม่ได้ เขาก็ต่อสู้ เพราะฉะนั้นความเข้มแข็งอยู่นี่ ต้องฟื้นวัฒนธรรมประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและวัฒนธรรมท้องถิ่นมา เราอยู่กันมาอย่างไร ถ้าใครจะเข้ามาไม่ปฏิเสธ แต่แกต้องมาเป็นคนสุโขทัย คนในเมืองนี้เมืองศรีสัชนะ เมืองศรีสำโรงนะ คุณต้องรับกติกา คุณต้องรับจารีตประเพณี แต่ไม่ใช่คุณเอากฎหมายมาจัดการเขาอย่างนั้น ถ้าทำได้อย่างนี้มันจะเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนแบบมีดุลยภาพ อันตรายที่เกิดขึ้นในสังคมไทยขณะนี้ที่อยากจะพูด เพราะเราเปลี่ยนสังคมชาวนา เกษตรจากชาวนามาเป็นสังคมอุตสาหกรรม ในกระแสของสังคมอุตสาหกรรมนั้นคือ เกิดสิ่งที่เรียกว่าคนโยกย้ายถิ่นฐาน เมื่อโยกย้ายไปแล้ว มันทำลายไม่มีการบูรณาการให้ดีจะเกิดปัญหาขึ้น เพราะฉะนั้นถามซิ อย่างลำพูนผมไปพูดเมื่อเร็วๆ นี้ แต่ก่อนนั้นลำพูนเป็นเมืองพุทธศาสนา เข้าไปเหมือนกับที่หลวงพระบาง พระสงฆ์องค์เจ้าเดินเรียงแถวกันเลย คนเอาอาหารมาถวาย สงบ ทำนาปีละสองครั้ง ปัจจุบันนี้อุตสาหกรรมญี่ปุ่นเข้ามากลายเป็นโรงงานเคมี คนตายผ่อนส่งกันหมด ทะลักกันทีเป็นหมื่นๆ น้ำก็ไม่มีแย่งกัน ป่นปี้หมดเลยครับ วัดวาอารามป่นหมด เกิดประเพณีบ้าๆ บอๆ จามเทวีอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งไม่มีอยู่ในตำนานเลย มากมาย แล้วก็มีวัฒนธรรมท่องเที่ยวเข้าไปปรุงแต่งโฆษณา ในสุโขทัยนี่คือตัวอย่าง อย่าบ้าลอยกระทงจนเกินไป น้ำจะไม่มีใช้ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นโดยเฉพาะเรื่องประวัติศาสตร์สุโขทัยเอามาตีความใหม่ สุโขทัยที่เป็นความยิ่งใหญ่ของสุโขทัยนั้นไม่ใช่เรื่องลอยกระทง ไม่ใช่เล่นแสงสีที่ไอ้ ททท. มันจัดให้มีหรือกรมศิลปากรขานรับ ความยิ่งใหญ่ของสุโขทัยคือการจัดการน้ำที่ดีที่สุด เพราะอะไรรู้ไหม เพราะที่ดินสุโขทัยถึงหน้าแล้ง แล้ง ถึงหน้าน้ำ น้ำท่วมหมดเลย ใช่ไหม จะทำอย่างไร เวลาน้ำท่วมคุณจะทำอย่างไร เวลาแล้งจะทำอย่างไร ตัวเมืองหนีไปตั้งอยู่บนที่น้ำท่วมไม่ถึงใช่หรือไม่ ไม่ใช่อยู่ในธานีแบบนี้จมน้ำอยู่ทุกวัน ใช่ไหม นั่นคือ ภูมิปัญญาของคนสุโขทัย รู้ว่าตั้งอยู่บนที่ราบน้ำท่วมไม่ถึง แล้วกันไม่ให้น้ำป่าท่วมโดยฉับพลัน เวลานี้เห็นไหมน้ำป่าท่วมฉับพลันเสร็จเลยมันคือ สึนามิย่อยๆ เขาขุดคลอง ใช้ทำนบ คลองยานนั้นส่วนหนึ่งในการระบายน้ำ คลองหรือลำธารถูกแปรเป็นฝายเป็นเหมืองเยอะแยะ แล้วก็มีการนำน้ำจากแถวภูเขามาใส่ไว้ที่ตระพังโพยกินดีเมื่อแล้ง เพราะอะไรรู้ไหม เพราะในหน้าแล้งสุโขทัยน้ำไม่มี น้ำใต้ดินไม่มีต้องเก็บน้ำไว้ผิวดิน ท่านไปดูเมืองสุโขทัยเต็มไปด้วยสระน้ำ ตระพังทั้งนั้นแหละ เขาไม่มาเล่นลอยกระทงบ้าๆ บอๆ หรอก นี่คือปัญหาครับ ถ้าเอานี่มาได้ ไอ้คันต่างๆ เหล่านี้น้ำพลุ คือ การจัดการน้ำ ถนนพระร่วงที่เป็นถนน คือกระบวนการจัดการน้ำ เพราะจะชะลอน้ำไม่ให้ไหลลงไปอย่างรวดเร็ว เพื่อจะเอาน้ำไว้เข้าสู่หนองบึง แล้วทำนา เพราะฉะนั้นจะมีช่องให้น้ำไหล ถ้าเอาสิ่งเหล่านี้มาทบทวนแล้วจะเห็น แล้วจากการทบทวนจะเห็นว่าสุโขทัยเป็นเมืองสันติสุข เป็นเมืองศาสนา มีวัดวาอารามมากมาย แล้วสิ่งที่สำคัญศิลปะสุโขทัยเป็นศิลปะที่สวยที่สุดอันหนึ่งในประเทศ พระพุทธรูปไม่มีสวยเท่านี้เลย ความมั่งมีของสุโขทัยไปอยู่ที่วัฒนธรรม สุโขทัยไม่มีคนจน ไม่มีคนรวย แต่รวยคือรัฐ ปัจจุบันนี้คนรวยเป็นปัจเจก คนจนเป็นปัจเจก โดยเฉพาะคนจนเป็นปัจเจกต้องขึ้นทะเบียน แล้วมันก็หลอกกันทั้งนั้น ถามว่าสมัยก่อนนี้ คนจนคนรวยไม่มีเพราะว่าอยู่ที่ชุมชน ถ้าหากว่าเกิดจนมีระบบโอยทาน สุโขทัยเต็มไปด้วยโอยทานใช่ไหม พ่อขุนก็โอยทานใช่ไหม คือ ทานที่ชุมชนเอาไปช่วยคนจนคนด้อยโอกาส สิ่งเหล่านี้สังคมมุสลิมมี เขาไม่มีคนจน แต่ถ้าเรามองเขาจนหมดทั้งชุมชน เพราะเขาไม่มีวัตถุเท่าเรา แต่ถ้ามีคนจนเขาจะพัฒนาสู่ที่เป็นซะกาด คือ ภาษีที่ให้กับทางสังคม ภาษีอันนั้นคนมีเงินก็ต้องจ่ายให้ แล้วก็เอาเงินนั้นไปช่วยคนที่ด้อยโอกาส แต่ของเราดันขึ้นทะเบียน แล้วแถมแจกเงิน แล้วเงินนั่นไปไหนเงินก็ไปอยู่ที่ อบต.กำนัน ผู้ใหญ่บ้านซึ่งไม่ใช่คนท้องถิ่น จ่ายไปเถอะบ้านละล้านสองล้าน ไปไม่ถึงหรอก ไอ้คนที่มันจนก็ยังจนอยู่ ถ้าหากว่าเราฟื้นระบบสังคมหันไปทบทวนพื้นฐานทางศีลธรรมอะไรต่างๆ เหล่านี้ใหม่ แล้วสิ่งต่างๆ เหล่านี้นำความเป็นมนุษย์กลับมา เพราะมนุษย์ต้องอยู่รวมกัน ถ้าตราบใดที่ยังขานรับไอ้เศรษฐกิจจากข้างนอก ทุนนิยม คนทั้งชาติเป็นเดียรฉานเป็นสัตว์ที่เอาแต่ตัวเองใช่ไหม บ้านเมืองไทยขาดพระศาสนานะเพราะว่าพระก็อยู่ส่วนพระ ท่านพุทธทาสท่านเคยเทศน์ว่า ไม่มีพุทธมีแต่ไสย อันนี้ต้องไปทบทวน วัดวาอารามพระสงฆ์กับชุมชนอยู่ด้วยกัน จะต้องเป็นผู้นำ แต่ไม่มีหมดไปเลย เพราะฉะนั้นเรา ขาด Basic เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในภาคใต้ คือ ตัวอย่างว่าเรามีจุดอ่อนอย่างไร วิกฤติที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ดี ถ้าทำความ เข้าใจเราจะแก้ไขได้ ท่านไปดูซิครับวิกฤติทางใต้ คือ การแย่งทรัพยากร แล้วการที่มีพวกคนทุจริตไปค้ายาเสพติด ค้าของเถื่อน มอมเมา เด็กก่อการร้าย แต่เขายังไม่แบ่งแยกดินแดน ถ้าเข้าใจเราพัฒนาเขาถูก เขากันไม่ให้คนนอกเข้าไปแย่งทรัพยากรเขา ให้เขาเติบโตไปตามลักษณะทางวิถีชีวิตของเขา มันก็อยู่ด้วยกันได้ มันก็เกิดความหลากหลาย ความงดงามขึ้นมา แต่อย่าเอาส่วนกลางไปครอบ ถิ่นที่น่ากลัวที่สุดแห่งหนึ่งคือ อีสาน อีสานถูกมอมเมาสุดๆเลย เวลาผมไปพูดที่ไหนพวกอีสานมันมาโจมตีผม หาว่าไปเข้าข้างพวกสามจังหวัดภาคใต้ แต่อีสานนั่นถูกเล่นงานจนยับเยิน อย่างเช่นเวลานี้เขตอุดรธานี ใครอยู่อุดรธานี เห็นไหม ที่อุดร บริษัทรับเหมาใหญ่ๆ คือ พวกโปรแตสจะเข้าไป แล้วทุกรัฐบาลเลยให้สัมปทาน ท่านรู้ไหมอะไร โปรแตสจะเกิดขึ้น เอาแร่ โปรแตสขึ้นมาแต่ต้องเอาเกลือขึ้นมาเป็นล้านตัน พอล้านตันปั๊บนี่ ไอ้นาข้าวเป็นนาเกลือหมดเลย แล้วชาวบ้านจะอยู่ได้อย่างไร นี่คือปัญหา แต่กระบวนการของคนท้องถิ่นนี่มีการจัดการ อย่างเช่นผู้หญิงแถวๆ ทุ่งกุลา ก็เกิดปรากฏการณ์เรื่องเขยฝรั่ง เห็นไหม ไอ้นี่อยู่กับที่เอาคนข้างนอกเข้ามา ให้เป็นคนท้องถิ่น เอาความมั่งคั่งเข้ามาในท้องถิ่น แต่ทำไมเกิดเขยฝรั่งเข้ามา เพราะไอ้พวกฝรั่ง ที่เราพูดถึงสวีเดน เดนมาร์กนี่ เป็นรัฐสวัสดิการที่ยิ่งใหญ่ แต่มันทำให้คนเป็นมนุษย์ คนแก่ๆ มีเงินทองใช้แต่ไม่อยู่ในระบบครอบครัว จึงมาแสวงหาความเป็นครอบครัวที่นี่ เพราะฉะนั้นมันก็เอาเงินมาให้เรา ต้องปรับให้ดี แต่ทางภาคเหนือที่มันเกิดเขยจีน จีนรุกทางภาคเหนือ ที่ดินทางเขตเชียงราย เชียงแสนถูกยึดโดยนิคมอุตสาหกรรม จีนให้ทุนแม้กระทั่งมหาวิทยาลัยต้องผลิตคนขึ้นมารับ เพราะฉะนั้นเวลานี้อย่าง เอฟทีเอ.สินค้าจีนแย่งออกมา พื้นที่ดินจะกลายเป็นของจีนเข้ามา จีนเข้ามาแต่งงานปะปนกันเพื่อจะครอบ เพราะฉะนั้นเขยจีนกับเขยฝรั่งต่างกัน คอยดูแล้วกันคราวหน้า อันตรายที่สุดก็คือทางภาคเหนือ เพราะจีนต้องการตัดจากเชียงแสนไปอันดามัน ไม่ได้ออกทะเลทางเขตทางใต้ กำลังรุกหนักเลย แล้วเราก็ตายโดยที่ไม่รู้ตัว อะไรเกิดขึ้นทางภาคเหนือท่านรู้ไหม ที่ดินไม่มีหรอก เด็กขายที่ดินซื้อรถปิคอัพ เกิดปัญหาเอดส์ตายกันทุกวัน มันเป็นสิ่งที่ถูกขยี้ตายโดยที่ไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นถ้าไม่ฟื้นภูมิปัญญาท้องถิ่นนั้นขึ้นมาความเคลื่อนไหวท้องถิ่น เราอยู่ไม่รอด แล้วโอกาสที่คณะกรรมการจัดขึ้นมาสื่อกันในกลุ่มของเรา เราเปลี่ยนพฤติกรรมเท่านั้น ที่ผมพูดนี่ไม่ใช่ไปต่อต้านรัฐบาล เพราะว่าที่ผ่านมาไม่ใช่รัฐบาลนี้ ทุกรัฐบาลเลย เพราะฉะนั้นอย่าไปโทษรัฐบาลนี้ เอามันทุกรัฐบาล ว่ามันทำอะไรกับพวกเรา ทีนี้ไม่ใช่ กอส. แล้ว เกิดเป็นปลุกระดมในระดับหนึ่ง ที่ผมพูดเพราะว่าอีกอันหนึ่งคือผมเป็นปุถุชนที่มีความเจ็บปวดที่เห็น เพราะในชั่วชีวิตผมเห็นความร่มรื่นอะไรต่างๆ เหล่านี้ แล้วคนรุ่นผมมันโหยหาอดีต แต่โหยหาอดีตแบบโรแมนติค อาจจะมาพูดว่ามันเคยมีความสงบดี ที่จริงมันมีความแย่ก็มี เพราะฉะนั้นเราต้องเอามาทบทวน แล้วก็ตัดไอ้สิ่งที่แย่ออกไป นี่ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากแล้วผมอยากจะให้หวนกลับมาว่าเราจะทำอย่างไร ว่าในการที่จะสร้างความเข้มแข็งแก่ตัวเราเอง ปัญหาโลกขณะนี้ มันมีอยู่สามภูมิ ภูมิแรก คือ มาตุภูมิ ภูมิที่ท่านเกิด มาตุภูมิ คือ ท้องถิ่นหนึ่ง ท้องถิ่นศรีสัชนาลัย ท้องถิ่นศรีสำโรง คนเหล่านี้อยู่กันมาหลายเผ่าพันธุ์ เกิดที่นี่ เกิดสำนึกร่วม ภูมินี้รัฐไม่สนใจ เพราะทำลายองค์กรทำลายอะไรต่างๆ แต่ไปเน้นที่ชาติภูมิ คือ ภูมิที่สอง ต้องเน้นชาติเป็นใหญ่ คนไทยเป็นใหญ่ มีอะไรส่วนกลางเป็นใหญ่ คนที่ไม่ปรารถนาดีผันตัวเองเป็นรัฐมนตรีก็บอกว่ากูจะทำเพื่อหกสิบล้านคน จริงๆ ทำเพื่อตัวทั้งนั้น บางคนมาจากศูนย์เดี๋ยวนี้บวกเป็นหมื่นๆ ล้าน นั่นแหละคือพวกนี้แหละที่บอกว่าทำเพื่อชาติ นี่คือชาติภูมิ แล้วชาติภูมิแบบนี้ตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษดิ์ อยู่ในอาณัติของตะวันตก แล้วพัฒนาประเทศในกระแสตะวันตกทั้งนั้น แล้วมันน่าน้อยใจที่ว่า ประเทศที่เขาถูกเป็นอาณานิคมเขาตั้งตัวได้ เขาไม่ยอมตะวันตก เราไม่เป็นอาณานิคม แต่เป็นทาสปัญญาของทางตะวันตก ทำมาตลอดเลย จึงตัดมิติทางศาสนาความเชื่อออกมา เวลาพัฒนาประเทศเป็นโลกวิสัย เน้นวัตถุอย่างเดียว เพราะฉะนั้นขณะนี้โลกเปลี่ยนมาเป็นโลกภูมิหรือโลกาภิวัตน์ ในกระแสโลกาภิวัตน์เป็นปฏิวัติครั้งใหญ่ของโลก คือ ปฏิวัติให้ข่าวสารข้อมูลเป็นสิ่งที่สำคัญ คนใดก็ตามที่คุมข่าวสารข้อมูลได้นั้นสามารถครองโลก เพราะอะไร เพราะหมู่บ้านเล็กๆ ในหุบเขาถูกดาวเทียมดึงเข้าไปหมดเลย เขาจะจัดการอย่างไรกับเราก็ได้ นี่คือโลกาภิวัตน์ ไม่มีพื้นที่และไม่มีเวลาเข้ามาถึงได้หมดเลย ฉะนั้นเราจะถูกจัดการอันนี้ เผอิญรัฐของเรา ไม่ใช่รัฐบาลนี้ หลายรัฐบาล เป็นเครื่องมือเป็นพาหะของความชั่วร้ายของทุนนิยมที่ทำให้มนุษย์เป็นเดียร ฉานแพร่หลายไปเลย เพราะฉะนั้นการจะอยู่รอดมันคือขบวนการที่เวลานี้ทั่วโลกวิจัยกันแล้ว คือ ท้องถิ่นวัฒนา ข้างในต้องแข็ง จัดการในระบบของตัวก่อนแล้วถึงจะขานรับ เพราะฉะนั้นท้องถิ่นวัฒนานี่ไม่ใช่ต้านกระแสโลก แต่เอาสิ่งที่มาจากข้างนอกมาปรับให้เข้ากับสิ่งที่อยู่ภายใน ทำให้พัฒนาแบบดุลยภาพ เราต้องมองกระแสที่เรียกว่าท้องถิ่นพัฒนานั้น คือ การพัฒนาแบบมีดุลยภาพ ถ้าพัฒนาแบบที่ทำกันอยู่นี้ ไม่ว่าสภาพัฒน์อะไรต่างๆ ที่ทำอยู่เป็นการพัฒนาแบบที่ไม่มีดุลยภาพ บดขยี้คนในท้องถิ่นหมดเลย เพราะฉะนั้นความสำคัญขณะนี้จะอยู่รอดในโลกนี้ได้ต้องอยู่ที่มาตุภูมิ เมื่อจัดการกับมาตุภูมิได้ มาตุภูมิ คือ ความหลากหลาย นี่สุโขทัย นี่อีสาน นี่ภาคใต้ จัดการความเป็นสมานฉันท์ แต่ความแตกต่างอันนี้เราคือคนไทย เพราะฉะนั้นความเป็นชาติจะต้องมาจากข้างล่าง ไม่ใช่มาจากข้างบน แล้วแต่ละฝ่ายจะรักษาผลประโยชน์ของตนเองเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด แล้วต้องขานรับให้ทัน สิ่งที่ถูกทำลายขณะนี้คือเด็ก ท่านไปดูซิเด็กในสังคมไทยรุ่นใหม่ เลอะเทอะหมดเลยโดยเฉพาะกรุงเทพฯ เห็นไหมเด็กในกรุงเทพฯ มีทั้งมั่วเซ็กส์ ใช่ไหม เสพยาเสพติดอะไรต่างๆ สถานที่เริงรมย์มากมายเหลือเกิน เพราะอะไรรู้ไหม เพราะกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ไม่มีหัวนอนปลายตีน คนไม่มีรากเหง้าเข้ามาอยู่ มันก็อยู่กันแบบนี้ แต่ว่าถามว่าสุโขทัยยังมีไหม มี แต่อย่าให้คนหลายๆ ฝ่ายเข้ามาโดยที่ไม่ทำให้เป็นคนสุโขทัย เพราะฉะนั้นท้องถิ่นต้องจัดการอันนี้ รักษาในเรื่องวัฒนธรรมของตัวเอง ถ้าเราฟื้นอันนี้ได้ มันก็จะเกิดพลังขึ้นมา ระวังหวนกลับไป เด็กต้องการ Identity เมื่อวานซืนนี้ผมประชุมเอาคนนักวิจัยทางใต้เข้ามาประชุมกับพวกภาคเหนือ เด็กที่เข้าไป คือมันสะท้อนให้เห็น คือกลุ่มหนึ่งเขายึดคำสอนพระศาสนา เขาจะแต่งตัวโพกผ้า ใส่หมวก ไว้เครา แล้วเขาบอกว่าทำไมรู้ไหม การที่เขาไว้เครา เพราะพระศาสดาสอนให้เขารู้ว่ามันจะต้องแก่ใกล้จะตายแล้ว เป็นความภาคภูมิใจ เป็นอิมเมจของคนมุสลิมที่ศาสนาสอน แต่คนไทยมองไอ้นี่หน้าเหมือนบินลาเดน เอาไปอบรมตั้งเยอะแยะนะไม่มีปัญหา แต่ภาพมันจะต่างกัน ทีนี้ถามว่าทำเด็กทำอย่างนั้น เขา ต้องการ Identity ต้องการอัตลักษณ์ เด็กในสังคมไทยในรุ่นใหม่ เขาต้องการเป็นตัวของตัวเองเป็นอัตลักษณ์ ฉะนั้นการแสดงออกเอามาปรุงแต่งใหม่เป็นอัตลักษณ์ อย่างเด็กช่างกลตีกันนี่ก็คือต้องการอัตลักษณ์ อัตลักษณ์คือ กูต้องรุนแรงต้องเป็นแมน ถ้าเราไม่เข้าใจตรงนี้เราก็จัดการกับเด็กไม่ได้ แล้วสิ่งเหล่านี้ มันจะทำได้ก็คือกระบวนการอบรมในท้องถิ่น ถามว่าสังคมไทยท้องถิ่นอบรมได้ไหม ท้องถิ่นไม่มีพลัง เพราะไอ้กระทรวงบ้าการศึกษามันจัดเขตการศึกษา จัดหลักสูตรท้องถิ่น ถามว่าหลักสูตรท้องถิ่นที่กระทรวงศึกษาจัดนั่นสอนได้ไหม สอนไม่ได้หรอก หลักสูตรท้องถิ่น ความรู้ท้องถิ่นต้องเกิดขึ้นที่ท้องถิ่น ชุมชนท้องถิ่นจัดการ เป็นสิ่งที่เห็นจากการปฏิบัติไม่ใช่เรียนในห้องเรียน เป็นสิ่งที่ต้องถ่ายทอด สิ่งที่เป็นภูมิปัญญา เวลานี้พูดถึงภูมิปัญญาก็บ้าภูมิปัญญา ไม่รู้ว่าภูมิปัญญาคืออะไร วิจัยกันแหลกเลย แต่ภูมิปัญญาที่แล้วมันใช้อะไรไม่ได้ เพราะว่าการจะเข้าใจภูมิปัญญาต้องมีประสบการณ์ ในท้องถิ่นอย่างนี้มันมีสิ่งที่เรียกว่าความรู้ท้องถิ่น แต่ความรู้ท้องถิ่นไม่พอก็ต้องเอาไปใช้ เมื่อใช้แล้วรู้ว่าอันนี้ดีหรือไม่ดีนั่นคือตัวภูมิปัญญา เพราะฉะนั้นไอ้ตัวความรู้จากการหยั่งรู้ คือ ตัวภูมิปัญญา ต้องผ่านปฏิบัติการ แล้วสิ่งเหล่านี้ถ้าให้มาปฏิบัติการร่วมกันก็เข้าใจ เพราะฉะนั้นต้องทบทวนการศึกษาใหม่ ท้องถิ่นต้องเป็นตัวของตัวเอง แล้วก็จัดสร้างองค์ความรู้ที่มีอยู่ในท้องถิ่นนี้ ศรีสำโรงแบบหนึ่ง ศรีสัชนาลัยแบบหนึ่ง เพราะภูมินิเวศน์ต่างกัน ความรู้ที่ทำให้เกิดดำรงชีวิตอยู่ได้ต่างกัน เราก็เอาความรู้นั้นถ่ายทอดให้แก่เด็ก เราถึงได้เกิดกระบวนการจัดพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกันขึ้นมา เพื่อจะสร้างเป็นองค์ความรู้เพื่อถ่ายทอดกันไป พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นนั้นก็สามารถเชื่อมให้ถิ่นอื่นมาเรียนรู้เพื่อจะรู้จัก ซึ่งกันและกัน บ้านเมืองจะอยู่รอดต้องรู้จักกัน แล้วส่วนหนึ่งของกรรมการสมานฉันท์ คือ ยอมรับความแตกต่างที่นำไปสู่เอกภาพ เอกภาพ คือ สันติสุข เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องรู้จัก ถิ่นนี้อุตรดิตถ์ ถิ่นนี้สุโขทัย ถิ่นนี้ต้องรู้จักกัน แล้วก็ไม่ใช่เอาความเห็นของตัวเองไปบอกว่า อันนี้ผิด อันนั้นถูก ต้องเตือนว่าทำไมเขาเหมือน ทำไมเขาต่างกับเรา นั่นคือการมองวัฒนธรรมที่อยู่รวมกัน นี่คือการเข้าใจความหลากหลายของวัฒนธรรม แล้วขณะเดียวกันความหลากหลายทางวัฒนธรรมมาจากการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม คือ ธรรมชาติ เมืองไทยเป็นเมืองที่ดีที่สุดที่เรียกว่า สุวรรณภูมิ ท่านรู้ไหมทำไมถึงเรียกว่า สุวรรณภูมิ เพราะเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมาก คนอินเดียโบราณเข้ามา เอาสินค้าป่า เอาสินค้าต่างๆ ไป แร่ธาตุไปเพราะมีความมั่งคั่งถึงเรียกว่า สุวรรณภูมิ ฝรั่งมันล่าอาณานิคมมันก็ต้องการทรัพยากรเหล่านี้ ปัจจุบันนี้เราไม่เข้าใจว่าเราคือใคร เราทำลาย ความหลากหลาย ถูกกลายเป็นเชิงเดี่ยวไปหมด ยารักษาโรคหรืออาหารถูกกลายเป็นแบบฝรั่งไปหมด แล้วพัฒนาไม่ได้ ถ้าเราพัฒนาแบบนี้ที่มองความหลากหลายทางชีวภาพเอามาปรับใช้ ท่านรู้ไหมการท่องเที่ยวเมืองไทยจะดีที่สุดในโลกเลยรู้ไหม เพราะอะไรรู้ไหมเวลาคนต่างชาติมา สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ คือ กิน เขาไม่เคยพบอาหารการกินที่มันหลากหลายและมีรสชาติเท่ากับสังคมไทย เชื่อได้เลยทั่วโลก ผมมีเพื่อนเป็นญี่ปุ่น ว่างมันต้องมา นั่งเครื่องบินมากินเมืองไทย เขาไม่ต้องการมาดูสุโขทัย มาดูโน่นดูนี่ เขาต้องการมาสัมผัสกับความหลากหลายอันนี้ เพราะฉะนั้นเราจัดได้เลยท้องถิ่นนี้จะมีอาหารการกิน ตำรับตำราวัฒนธรรมของตัวเอง แต่ต้องเป็นฤดูกาลนะ ฤดูนี้มีพืชอย่างนี้ อาหารอย่างนี้ ผลัดกันซิเที่ยวได้ทั้งประเทศ แม้แต่คนในนี่ยังเที่ยวกันได้ ผมไม่อยากไปต่างประเทศ ผมไปมันกินแต่ฮอตดอก กินแต่แฮมเบอร์เกอร์ เข้ามาเมืองไทยฤดูนี้อีสานมีอะไร ภาคใต้มีอะไร นานาชนิดทั้งนั้นเลย แต่เรากำลังทำลายตรงนั้น ถ้าเราฟื้นได้ เศรษฐกิจยังชีพก็ยังมี ความภาคภูมิใจในท้องถิ่นก็มี แล้วจะเกิดอัตลักษณ์ แต่นี่เราไม่มี ท่านถามตัวเองซิเวลานี้เมืองไทยเรากินอย่างไม่มีกาลเทศะ เต็มหมดเลย ต่างประเทศไม่มีหรอก คนไทยที่กลับไปอยู่ต่างประเทศจะโหยหาเวลากลับมาเมืองไทยต้องกินมากเหลือเกิน นี่คือสิ่งที่ดี เราไม่ต้องไปยิ่งใหญ่อย่างนครวัด นครธม ไม่จำเป็น แต่เรามีสิ่งที่เขาไม่มี แล้วถ้ามีสิ่งอย่างนี้ เราจะช่วยฟื้นฟูได้ทั้งประเทศ เราไม่ต้องการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มันทำลายชีวิตเรา เราต้องการธรรมชาติให้กลับคืนมา แล้วเข้ามาอยู่ในระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียงในพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว เวลานี้ตีความกันไม่ออก ตีความว่าเอาเงินไปแจกเขาเท่านั้นเอง ให้มันฆ่ากัน เพราะฉะนั้นจำเป็น ถ้าทำกันได้เราจะเห็น ไอ้ว่าความหลากหลายก็จะมารวมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แล้วรัฐเองก็จะนำไปสู่สันติสุขที่ถูกต้อง ที่ผมพูดมาก็คือ สรุปให้เห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคใต้นั้น หัวใจ คือ การที่ หนึ่ง มองเขาว่าไม่ใช่เป็นคนไทย เลยไม่ให้ความยุติธรรม ไม่ให้ความเสมอภาค ทำให้เกิดความเจ็บปวด แล้วที่เลวร้าย คือ แย่งทรัพยากร การแย่งทรัพยากรแทบทุกแห่งในเมืองไทย แล้วกำลังจะเป็นปัญหาใหญ่ อันนี้คือเรื่องจุดที่สำคัญ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะทำต้องสร้างพลังท้องถิ่น ซึ่งอย่าไปว่ารัฐ เพราะเขาคิดเขาผิดมาตลอด เราต้องฟื้นด้วยภาคประชาชน ฟื้นที่ท้องถิ่นของเราเอง มันจะเกิดความสงบสุขขึ้นมา ตื่นเสียตอนนี้ ก่อนที่บ้านเมืองจะถูกขยี้ ถ้าขยี้คงไม่แหลกอย่างเวียดนาม เพราะเวียดนามมันถูกขยี้จากข้างนอก เราขยี้กันเอง ขอบคุณครับ

อัพเดทล่าสุด 22 มิ.ย. 2559, 16:16 น.
บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.