หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
“ฝนลับง้าวของกวนอู” ณ ศาลเจ้าพ่อกวนอู วัดญวน สะพานขาว
บทความโดย จิราพร แซ่เตียว
เรียบเรียงเมื่อ 1 พ.ย. 2561
เข้าชมแล้ว 694 ครั้ง
พิธีลุยไฟท่ามกลางสายฝน ปี พ.ศ.๒๕๖๐
การแห่เจ้าพ่อกวนอู ภาพในงานศาลเจ้าพ่อกวนอู วัดญวน สะพานขาว ปี พ.ศ.๒๕๖๐
การโยนปวยเสี่ยงทายโดยป้าใหญ่ คุณพนิดา สกุลธนโสภณ ภาพในงานศาลเจ้าพ่อกวนอู วัดญวน สะพานขาว ปี พ.ศ.๒๕๖๐
พิธีลุยไฟ ภาพจากงานศาลเจ้าพ่อกวนอู วัดญวน สะพานขาว ปี พ.ศ.๒๕๖๐
กระดาษไหว้เจ้าและคำอธิษฐานขอพรจากเทพเจ้ากวนอูจะถูกนำมาเผาก่อนพิธีลุยไฟ ภาพในงานศาลเจ้าพ่อกวนอู วัดญวน สะพานขาว ปี พ.ศ.๒๕๖๑
พิธีลุยไฟท่ามกลางสายฝน ปี พ.ศ.๒๕๖๑

ช่วงนี้ทั้งชาวกรุงเทพ หรือคนต่างจังหวัดคงได้รับอานิสงส์ฝนฟ้าชุ่มฉ่ำกันถ้วนหน้า

เล่าด้วยภาพวันนี้จึงเก็บตกบรรยากาศฟ้าฝนในงานไหว้เจ้าพ่อกวนอู ณ ศาลเจ้าพ่อกวนอู วัดญวน สะพานขาว (วัดสมณานัมบริหาร) เขตดุสิต กรุงเทพมหานครมาฝาก

 

กวนอูนับเป็นหนึ่งในเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทยเชื้อสายจีนให้ความเคารพนับถือกันอย่างแพร่หลาย

เรื่องราวเกี่ยวกับเทพเจ้าองค์นี้มีปรากฏอยู่หลายตำนาน หลายเหตุการณ์ แต่จะขอหยิบยกเรื่อง “ฝนลับง้าวของกวนอู”

จาก ร้อยเรียงเรื่องเล่าภาพมงคลจีน โดย สุภาณี ปิยพสุนทรา มาประกอบภาพฝนฉ่ำฟ้าที่ถูกเล่าในวันนี้

 

ว่ากันว่างานลุยไฟไหว้เจ้าพ่อกวนอูที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่ศาลเจ้าพ่อกวนอู วัดญวน สะพานขาว นั้น

จะต้องมีฝนตกลงมาทุกปี ทุกครั้งที่จัดงาน

เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิเล็ก-ประไพฯ ไปร่วมสังเกตการณ์งานนี้มา ๒ ปีติดต่อกัน

ก็ได้รับการพิสูจน์ซ้ำว่า ฝนลับง้าวของเทพเจ้ากวนอูท่านมาจริงตามคำร่ำลือ

ฝนลับง้าวของกวนอู มีที่มาจากวีรกรรมความกล้าหาญของกวนอูในเหตุการณ์ซึ่งกวนอูบุกเดี่ยวไปในงานเลี้ยงที่โลซกจัดขึ้น

เพื่อจะลวงกวนอูไปฆ่าชิงเมืองเกงจิ๋ว ในวรรณกรรมเอกเรื่อง “สามก๊ก”   ซึ่งคุณสุภาณี ปิยพสุนทรา เล่าไว้ว่า

 

“ต้นฤดูร้อน ปี ค.ศ. ๒๑๕ ซุนกวนทราบข่าวว่าเล่าปียึดเมืองเสฉวนได้ จึงส่งจูกัดกิ๋นไปทวงเมืองเกงจิ๋วคืนจากเล่าปี่

เพราะเล่าปี่รับปากว่าจะคืนเมืองเตียงสา เมืองเลงเหล็ง เมืองกุ้ยหยางให้ก่อน

 

แต่พอจูกัดกิ๋นนำคำสั่งของซุนกวนเดินทางมาถึงเมืองเกงจิ๋ว เพื่อทำเรื่องรับมอบเมืองเกงจิ๋ว

กวนอูซึ่งได้รับคำสั่งจากเล่าปี่ให้เฝ้ารักษาเมือง ก็หน้าคว่ำ พูดอย่างไม่เป็นมิตรว่า เมื่อขุนศึกทำงานอยู่ข้างนอก ไม่จำเป็นต้องทำตามคำสั่งเจ้านาย กวนอูปฏิเสธคำสั่งคืนเมืองเกงจิ๋วพร้อมกับจับจูกัดกิ๋นโยนออกจากห้องรับแขก ซุนกวนทราบเรื่องก็โกรธมากจึงเรียก โลซกซึ่งเคยรับรองการยืมเมืองเกงจิ๋วของเล่าปี่มาต่อว่าต่อขาน  พร้อมกับบังคับให้โลซกไปทวงเอาเมืองเกงจิ๋วคืนจากกวนอูให้จงได้

 

โลซกเดินทางมาถึงชายแดน แล้วเชิญกวนอูมากินเลี้ยงที่ศาลาริมน้ำหน้าค่ายทหาร โลซกเอานักฆ่ามาซุ่มไว้รอบค่าย กะว่าถ้าหากกวนอูไม่ยอมคืนเมืองเกงจิ๋วให้ ก็จะฆ่ากวนอูเสีย ส่วนกวนอูนั้นก็เจนศึกพอตัว พอได้รับเทียบเชิญมีหรือจะอ่านเกมไม่ออก แต่กวนอูก็ยังคงตอบรับคำเชิญของโลซกอย่างใจกล้า  กวนอูพาลูกน้องคนสนิทสองสามคนและถือแค่ง้าวคู่ใจเดินทางมาร่วมงานเลี้ยงด้วย

ในงานเลี้ยง โลซกทวงเมืองเกงจิ๋วไม่สำเร็จดังที่คาดไว้  ในขณะที่กำลังจะส่งสัญญาณเรียกนักฆ่านั้นเอง กวนอูก็แสร้งทำเป็นล้มใส่โลซก แล้วจับโลซกเป็นตัวประกัน ล่าถอยมาถึงริมแม่น้ำ  จากนั้นก็ขึ้นเรือกลับเมืองเกงจิ๋วมาได้อย่างปลอดภัย

 

วีรกรรมความกล้าหาญในครั้งนั้น ยังเล่าขานกันจวบจนกระทั่งบัดนี้และยังมีการกล่าวขานกันต่ออีกว่า วันที่กวนอูควงง้าวมังกรเขียวเล่มเดียวไปร่วมงานเลี้ยงที่แสนอันตรายนั้นตรงกับวันขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๕ (ตามปฏิทินจันทรคติ)

 

หลังจากที่กวนอูเสียชีวิตไปแล้ว เมื่อถึงวันขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๕ (ตามปฏิทินจันทรคติ)  ประชาชนต่างเอาง้าวมังกรเขียวของกวนอูมาลับหรือทำความสะอาด  จากนั้นก็ใช้ง้าวนั้นฟาดฟันภูตผีปีศาจ  เป็นการเซ่นสรวงง้าวมังกรเขียวด้วย  เล่ากันว่า 

วันนั้นเป็นวันที่เจ้าปีศาจภัยแล้งจะออกมาท่องเที่ยวพอดี หัวของมันจึงกลายเป็นเครื่องเซ่นสังเวยง้าวมังกรเขียวทุกปีไป

 

ด้วยเหตุนี้เอง ชาวจีนจึงมีคำพูดว่า

“แล้งแค่ไหนก็ไม่เกินวันขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๕”

เพราะเชื่อกันว่า เมื่อปีศาจภัยแล้งถูกฆ่า ฝนก็จะตกลงมา ชาวจีนจึงเรียกฝนที่ตกลงมาในวันนี้ว่า “ฝนลับง้าวของกวนอู”

 

กวนอูนับเป็นเทพเจ้าที่เฮี้ยน และเป็นเทพเจ้าที่ชาวจีนเคารพนับถือมาก  นอกจากจะมีศาลเจ้ากวนอูตั้งอยู่ให้เห็นทั่วไปแล้ว ชาวจีนยังวาดภาพเทพเจ้ากวนอูไว้เป็นยันต์กันภัยอีกด้วย  ผู้คนจะนำเอาภาพเทพเจ้ากวนอูมาติดตามบ้าน ทำการกราบไหว้บูชาหรืออธิษฐานขอให้ท่านช่วยปกป้องพวกตนให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภัยร้ายทั้งปวง”

 

ฝนตกครั้งต่อไป นอกจากตำนานการจุดบั้งไฟบูชาพระยาแถนของชาวอีสานแล้ว ยังมีตำนาน “ฝนลับง้าวของกวนอู” อีกหนึ่งเวอร์ชั่นให้ระลึกถึงกัน

ขอขอบคุณ

คุณพนิดา สกุลธนโสภณ (ป้าใหญ่) ชุมชนวัดญวน สะพานขาว

คุณจารุวรรณ  ด้วงคำจันทร์ ผู้เอื้อเฟื้อภาพ

อ้างอิง

สุภาณี ปิยพสุนทรา. ร้อยเรียงเรื่องเล่าภาพมงคลจีน. สำนักพิมพ์สุขภาพใจ: กรุงเทพฯ. ๒๕๕๐, หน้า ๘๖-๘๗

บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.