หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
วัดกระโดนหรือวัดปราบปัจจามิตร
บทความโดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
เรียบเรียงเมื่อ 3 พ.ย. 2558
เข้าชมแล้ว 2734 ครั้ง
พระอุโบสถวัดกระโดนหรือวัดปราบปัจจามิตร เมืองพระตะบอง เป็นวัดที่บูรณะและสร้างเป็นกลุ่มใหญ่ในช่วง สมัยรัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ก่อนการตกเป็นส่วนหนึ่งของอาณานิคมของฝรั่งเศส
หน้าบันพระอุโบสถที่เป็นรูปสัญลักษณ์ตราจักรีและพระขรรค์ชัยศรีตราสัญลักษณ์แห่งราชวงศ์จักรี
เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองแบบนิยมในสมัยรัชกาลที่ ๓ สร้างในสมัยเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
เจดีย์บรรจุอัฐิของตระกูลอภัยวงศ์ที่เคยปกครองเมืองพระตะบองมาตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ ๑ จนถึงรัชกาลที่ ๕ แห่ง กรุงรัตนโกสินทร์
หอไตรภายในวัด
ตึกเรียนพระปริยัติธรรมเก่า
ปูนปั้นปริศนาธรรมประดับมุมที่อาคารเรียนพระปริยัติธรรมเก่า
อาคารที่ทำการของรัฐ สร้างใน ค.ศ. ๑๙๐๕ โดยเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์) ก่อนตกเป็นอาณานิคม ของฝรั่งเศสไม่นานนัก
ปืนใหญ่รุ่นเดียวกับที่พบบริเวณป้อมเมืองฉะเชิงเทรา
สะพานฝรั่งเศสและแม่น้ำซองแก แม่น้ำที่ไหลผ่านกลางเมืองพระตะบอง

                วัดกระโดนหรือวัดปราบปัจจามิตรที่พระตะบองริมแม่น้ำซองแก คือวัดที่เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ตั้งทัพและสร้างวัดไว้เมื่อครั้งไปทำสงครามกับญวน เจดีย์ย่อไม้สิบสองซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุเชื่อว่าเป็นพระบรมธาตุพระโมคคัลลานะนี้เหมือนกับเจดีย์ที่วัดกระโดนหรือวัดพระยาทำ ริมลำน้ำหนุมาน ต้นน้ำบางปะกงที่กบินทร์บุรี ซึ่งเป็นวัดที่ท่านสร้างไว้ที่ด่านหนุมาณเช่นกัน

                ต่อมาวัดนี้ก่อสร้างใหญ่โตเป็นวัดประจำตระกูลอภัยวงศ์ เจ้าเมืองพระตะบองที่ครองเมืองพระตะบองตั้งครั้งรัชกาลที่ ๑ จนถึงรัชกาลที่ ๕ ที่ต้องยกดินแดนให้กับฝรั่งเศสและต่อมาเป็นส่วนหนึ่งของกัมพูชา

                ภายในวัดยังมีเจดีย์บรรจุอัฐิของผู้คนในตระกูลอภัยวงศ์ เจ้าเมืองพระตะบองด้วย ดังพบรูปปูนปั้นเจ้าพระยาอภัยภูเบศรที่ด้านหน้าประตูทางเข้า

                ส่วนตึกอาคารหลังเก่าที่เคยใช้เรียนพระปริยัติธรรมทรุดโทรมมากแล้ว และมีปูนปั้นรูปต่างๆ เป็นปริศนาธรรมประดับตามเสามุมกำแพงเป็นอาคารที่สวยและน่าสนใจมาก แต่สภาพทรุดโทรมมากเช่นกัน

                อาคารโบสถ์เป็นรูปแบบที่นิยมสร้างกันในกัมพูชา แต่มีสัดส่วนและน่าจะเป็นต้นแบบให้ทำสืบเนื่องกันไป รูปแบบเช่นเดียวกับที่เจ้าพระยาบดินทรเดชามาสร้างใหม่ที่วัดแก้วพิจิตร ที่สำคัญคือหน้าบันทั้งสองด้านด้านหนึ่งแสดงถึงตราจักรีและพระขรรค์ชัยศรีที่พบ ณ แม่น้ำซองแกซึ่งไหลผ่านกลางเมืองพระตะบอง อีกด้านหนึ่งเป็นสัญลักษณ์ตะบองบนพานแว่นฟ้า สภาพพระอุโบสถแม้จะมีสีสันจัดจ้านและได้รับการบูรณะอย่างดีทีเดียว รอบกำแพงแก้วมีภาพปูนปั้นทำเป็นเรื่องรามเกียรติ์ แต่มีร่องรอยความเสียหาย ที่ส่วนหัวของตัวละครแทบทุกตัวถูกทำลายไปในยุคเขมรแดง

                ภายในวัดมีสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มีความเชื่อกำกับว่ามีการนำพูนดินไปถมสร้างเป็นอาคารโบสถ์ วัดนี้อาณาเขตใหญ่โตกว้างขวาง และมีการแบ่งพื้นที่บางส่วนไปสร้างวิทยาลัยในภายหลังด้วย 

เล่าด้วยภาพ : จดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ  วิริยะพันธุ์ ปีที่ ๑๘  ฉบับที่ ๑๐๑  (ม.ค.-มี.ค.๒๕๕๗)

บทความในหมวด
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.