หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
จดหมายข่าวมูลนิธิ เล็ก-ประไพ วิริยะพันธ์
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10  Next จากทั้งหมด 25 หน้า
จดหมายข่าวมูลนิธิ เล็ก-ประไพ วิริยะพันธ์ ฉบับ ที่ ๘๐ กันยายน - ตุลาคม ๒๕๕๒

 ทุกวันนี้ในประเทศไทยดินแดนที่เรียกว่า สยามประเทศ ที่มีรากเหง้าความเป็นมาจากการเป็นสังคมพหุลักษณ์ อันมีคนหลากหลายชาติพันธุ์ทั้งจากโพ้นทะเลและบ้านเมืองใกล้เคียง พากันเข้ามาตั้งถิ่นฐานสร้างบ้านแปงเมืองตามท้องถิ่นต่างๆ ในแต่ละภูมิภาค จนเกิดสำนึกความเป็นชาติ (คือการเกิดในแผ่นดินเดียวกัน) ร่วมกันในนามของ คนสยาม ที่ต่อมาเปลี่ยนเป็น คนไทย

จดหมายข่าวมูลนิธิ เล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ฉบับ ที่ ๗๙ กรกฎาคม-สิงหาคม ๒๕๕๒

ข้าพเจ้าเชื่อแน่จากประสบการณ์และการสังเกตการณ์ในการท่องเที่ยวและศึกษาศึกษาไปตามท้องถิ่นต่าง ๆ ในทุกภาคของประเทศไทยว่า   ผลของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจการเมืองตั้งแต่สมัย  จอมพลสฤษดิ์  ธนะรัชต์  เป็นนายกรัฐมนตรีมาจนทุกวันนี้   “เป็นการเปลี่ยนแปลงสังคมชาวนา   [Peasant  society]  ที่ชาวนา  [Peasant]  กลายเป็นทาสติดที่ดิน  [Serf]”   

จดหมายข่าวมูลนิธิ เล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ฉบับ ที่ ๗๘ พฤษภาคม-มิถุนายน ๒๕๕๒

จากสภาพสังคมและวัฒนธรรมของบ้านเมืองทุกวันนี้อาจกล่าวได้ว่า   ในช่วงเวลากึ่งศตวรรษที่ผ่านมา   นับสองชั่วอายุคนคือรุ่นพ่อ-รุ่นแม่และรุ่นลูกในทุกวันนี้คนเป็นจำนวนมากขาดการปลูกฝังทางวัฒนธรรมที่ในศัพท์ภาษาอังกฤษเรียกว่า   Cultivation,  Enculturation,  Socialization  เป็นต้น   ซึ่งในสังคมไทยแต่โบราณและสังคมที่เจริญแล้วในที่อื่น ๆ ของโลก   ถือว่าเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ควบคู่ไปกับการศึกษาให้เกิดความรู้ในด้านต่าง ๆ  [Learning]  โดยมีชุมชน  [Community]  เป็นฐานรองรับ

เช่นแต่ก่อนการศึกษาของเยาวชนไทยสมัยรัชกาลที่ ๕ อยู่ในวัดของแต่ละชุมชนบ้าน  [Village]  วัดเป็นศูนย์กลางทางสังคมของชุมชนและเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการเป็นชุมชน

จดหมายข่าวมูลนิธิ เล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ฉบับ ที่ ๗๗ มีนาคม-เมษายน ๒๕๕๒

ข้าพเจ้าเคยพูดเสมอว่าปัจจุบันเมืองใหญ่ ๆ เช่น  กรุงเทพฯ  เชียงใหม่  อุบลราชธานี  อุดรธานี  หรือหาดใหญ่   ในยุคของสังคมอุตสาหกรรมนั้นเป็นบ้านเมืองของคนไม่มีหัวนอนปลายตีน   เพราะคนแทบทุกสารทิศเข้ามาสิงสู่ไป ๆ มา ๆ  อยู่ตลอดเวลา  เกิดแหล่งที่อยู่อาศัยแบบใหม่  เช่น  บ้านจัดสรร  คอนโดมิเนียม  เกสต์เฮาส์  ขึ้นมากมาย   ซึ่งไม่มีความเป็นชุมชน  [Community]  อย่างแต่ก่อนไม่   ที่น่าเศร้าใจก็คือรัฐบาล  นักวิชาการและคนรุ่นใหม่ในสังคมกลับมองว่า   ความเป็นอยู่เหล่านี้ซึ่งอยู่ตามพื้นที่ทางการบริหารทางราชการที่แบ่งออกเป็นหมู่บ้าน  ตำบล  อำเภอ  เป็นชุมชน  รวมทั้งบ้านจัดสรรที่มีการตั้งชื่อแหล่งที่อยู่อาศัยด้วยภาษาอังกฤษและบาลี-สันสกฤตอย่างสวยงาม   แต่ความเป็นอยู่ของคนในชุมชนแทบไม่มีหัวนอนปลายตีนนี้   ดูได้รับการยอมรับและจัดระเบียบในเรื่องการบริการสาธารณะและความปลอดภัย  ความมั่นคง  จากภายนอกแทบทั้งสิ้น   โดยเฉพาะในเรื่องความปลอดภัยโดยการดูแลของผู้มีอำนาจทางกฎหมาย  คือ  ตำรวจและอำเภอ  จนทำให้การจัดการภายในระหว่างคนในชุมชนเองแทบไม่มี

จดหมายข่าวมูลนิธิ เล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ฉบับ ที่ ๗๖ มกราคม-กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

สมัยกรุงเทพฯ ตอนต้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๑-๓ การตั้งถิ่นฐานบ้านเมืองของผู้คนในสยามประเทศเป็นกระบวนการสร้างบ้านแปงเมืองในสังคมชาวนา [Peasant society] ที่เป็นเช่นนั้นเรื่อยมานับพันปี แต่สมัยทวารวดี-ลพบุรีก็ว่าได้ คือ กระบวนการที่ทำให้เกิดชุมชนในระดับบ้านและเมืองขึ้น แม้ว่ารูปแบบของแต่ละยุคแต่ละสมัยจะไม่เหมือนกันก็ตาม

ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.