หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
 
สัมภาษณ์คนย่านเก่า
ข้อมูลทั้งหมดมี 5 ข้อมูล
1 จากทั้งหมด 1 หน้า
ตลาดนางเลิ้งยังไม่ตาย
บทความโดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
เขียนเมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2559

ผมเกิดที่นี่และบริเวณตรงนี้เป็นที่พักอาศัยเริ่มแรกเลย (ใกล้กับโรงหนังเฉลิมธานี) ตลาดนางเลิ้งแต่ก่อนเป็นชุมชนที่อยู่กลางใจเมือง ผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้โดยรอบก็จะมาจับจ่ายใช้สอยในตลาดนางเลิ้ง เพราะแต่ก่อนคมนาคมดี อาศัยว่ามีรถรางรอบเมืองก็เลยมาจับจ่ายใช้สอยหรือใกล้ๆ ก็จะเดินมา

ผมเกิดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๔ สมัยญี่ปุ่นบุกพอดี ตอนนี้อายุ ๗๔ ปีแล้ว ชีวิตเด็กๆ ก่อนไปโรงเรียนผมมีหน้าที่ตั้งเตากาแฟติดเตากาแฟหรือทำอะไรก่อนถึงจะไปทานข้าวไปเรียนคุณพ่อคุณแม่ขายกาแฟค้าขายเลย และส่วนหนึ่งชีวิตมันก็ผกผันว่าพ่อแม่ไม่มีเวลาเลี้ยงเรา ส่งเราไปอยู่แถวทุ่งมหาเมฆ ไปฝากเขาเลี้ยงคือค้าขายจนไม่มีเวลาดูแล ตลาดสมัยนั้นคึกคักมาก 

ชีวิตที่วัดโพธิ์และตลาดท่าเตียนของ "จุล อรุณวิจิตรเกษม"
บทความโดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
เขียนเมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2559

ประวัติศาสตร์ท่าเตียน หลังๆ จะเลือนหายไปเราฟังมาคนละเรื่องกัน ไม่มีคนสนใจว่าเป็นมาอย่างไรจนตลาดเหลือตลาดเดียว ดีที่ชาวบ้านชาวตลาดขอไว้ทันไม่เช่นนั้นคงมีสภาพเดียวกับที่ดิโอลด์สยาม พลาซ่า... ท่าเรือท่าเตียนหายไปเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๐ กว่าๆ นี้เอง เพราะเมื่อก่อนอาศัยเรืออย่างเดียวเข้ามาค้าขาย ตรงนี้เหมือนกับเป็นตลาดขนส่ง ขายส่ง ขายปลีก ทุกตลาดต้องมาซื้อของจากท่าเตียน ปลาเค็มหรือไม่เค็มทุกอย่างต้องเอาจากที่นี่หมด

ฟัง "พจนา ดุริยพันธุ์" เล่าบ้านดนตรีดุริยประณีตแห่งบางลำพู
บทความโดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
เขียนเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2559

บ้านดนตรี “ดุริยประณีต” ตั้งอยู่ใกล้กับวัดสังเวชวิศยาราม เดิมหน้าบ้านเป็นลำคลองเก่ามาก่อนสร้างกรุงเทพฯ ภายหลังถูกถมทำเป็นถนนลำพู หรือ สามเสน ๑ ในปัจจุบัน  วัดบางลำพู (วัดสังเวชวิศยาราม) แต่เดิมหันหน้าวัดเข้าออกผ่านคลองเก่านี้ลงแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อขุดคลองเมืองหรือคลองบางลำพู-โอ่งอ่างขึ้นก็เปลี่ยนทิศกลับหลังหันหน้าวัดเข้าสู่คลองเมือง ทำให้ลำคลองเก่าดั้งเดิมตื้นเขินไปเพราะไม่ได้ใช้ประโยชน์ ทุกวันนี้บ้านดุริยประณีตก็ยังตั้งอยู่ที่เดิมจากเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว และยังคงสืบทอดและถ่ายทอดวิชาดนตรีไทยให้แก่เยาวชนและผู้สนใจดังปณิธานของบรรพบุรุษสืบทอดกันมา

"พินิจ สุทธิเนตร" กับงานต่อชีวิตวัฒนธรรม "บ้านนราศิลป์"
บทความโดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
เขียนเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2559

ย่านตรอกละครชาตรีที่อยู่ฝั่งใต้วัดแคริมถนนหลานหลวงทุกวันนี้ ยังคงมีกลุ่มบ้านละครและดนตรีหลายหลังและบางบ้านเป็นคณะผู้จัดโขนละครซึ่งยังมีกำลังทำงานตามแบบบรรพบุรุษในสภาพสังคมที่ไม่เหมือนเดิมก็ยังสู้อุตสาหะทำสืบต่อกัน

หากผ่านไปทางถนนหลานหลวง คงเห็นบ้านไม้งามริมถนนอยู่หนึ่งหลัง หน้าบ้านเขียนป้ายไว้ว่า “บ้านนราศิลป์” มีซุ้มต้นไม้สวยๆอยู่หน้าบ้านโดยเฉพาะซุ้มดอกพุดดูสดชื่น ร่มรื่นร่มเย็น ดูแตกต่างไปจากถนนด้านนอกที่มีแต่รถติดตลอดวัน

วันนี้ชีวิตที่เหลือเกินคุ้มแล้ว
บทความโดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ : ภาพและเรื่อง
เขียนเมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2559

หากใครยังไม่เคยเห็นกรุงเทพฯ ครั้งที่ยังมีเสน่ห์และชีวิตยังเนิบช้าเมื่อเกือบศตวรรษที่แล้ว ลองไปยืนริมถนนมหาไชยฝั่ง
วัดราชนัดดา แล้วเงยหน้าสูงๆ เพื่อมองไปที่ยอดกำแพงที่มีใบเสมาและหมู่ยอดไม้ใหญ่สูงลิ่วเป็นทิวแถวด้านหลังกำแพง หากเป็นยามเย็นลมจะพัดจนยอดไม้ใหญ่เอนไหวพลิ้วตามแรงลม ทำจิตสงบนิ่งสักพักก็คงระลึกชาติได้

บริเวณนี้อีกเช่นกัน พวกเราคนกรุงเทพฯ เกือบจะเป็นพยานให้เกิดการทำลายพื้นที่ชานพระนคร พื้นที่อยู่อาศัยและย่านประวัติศาสตร์สำคัญของคนกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นสนามหญ้าเสียแล้ว และคงจะเรียกทุกอย่างให้กลับคืนไม่ได้ตลอดกาลกลายเป็นการต่อสู้ของชาวบ้านที่อยู่หลังกำแพงนั่นเอง พวกเขาช่วยกันเก็บพื้นที่สำคัญเหล่านี้ไว้ให้พวกเรา นับแต่พระราชกฤษฎีกาเวนคืน ตั้งแต่ ๒๕๓๕ ถึงวันนี้ก็ ๒๓ ปี รัฐท้องถิ่นผู้จัดการพื้นที่ยังไม่สามารถทำให้บริเวณริมน้ำตรงนี้กลายเป็นสนามหญ้า เป็นสวนสาธารณะเหมือนที่อื่นๆ ตามแนวทางการออกแบบของคณะกรรมการเกาะรัตนโกสินทร์ได้พวกเราก็เลยยังคงได้เห็นภาพและชื่นชมชีวิตและสภาพเป็นพระนครแบบเดิมๆ ของเราจากบริเวณส่วนที่ถูกเรียกว่า “ชุมชนป้อมมหากาฬ” 

 
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.