หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
 
คลิป/วีดิโอ
ข้อมูลทั้งหมดมี 9 ข้อมูล
1 จากทั้งหมด 1 หน้า
งานเสวนาสาธารณะคนย่านเก่าเมืองกรุงเทพฯ ครั้งที่ ๙ เรื่อง "ฟื้นพลังยาไทย บำรุงชาติสาสนายาไทย"
บทความโดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
เขียนเมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2560

ฟังคำบอกเล่า...จากทายาท “รุ่นที่ 4”  ร้านยาหมอหวาน  แพทย์แผนไทยในสมัยรัชกาลที่๖ 

“สิ่งที่ทำมันเป็นเรื่องของคนสมัยก่อน ภูมิปัญญาที่เขาคิดทำตำรับยาขึ้นมา หรือการที่เวลาเขาเจออุปสรรคปัญหาความเปลี่ยนแปลงในชีวิตและเขาก็ต้องดิ้นรนเพื่อที่จะสู้ให้มันพ้นวิกฤติในนั้นได้ เรารู้สึกว่าอยากถ่ายทอดออกไปและมันก็อาจจะเป็นกำลังใจให้กับหลายกิจการ ซึ่งในหลายครั้งที่เราได้รับเชิญให้ไปพูดเพราะเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เราก็จะบอกว่าจริงแล้วการที่เราจะเริ่มต้นทำอะไรสักอย่าง มันอาจจะไม่ต้องวิ่งไปหาที่ไหนไกล เราแค่หันกลับมามองสิ่งที่เรามีอยู่ เราเห็นและเรารู้สึกถึงคุณค่าและเราก็หยิบมันขึ้นมา...”   เรียนรู้เรื่องราวการใช้ยาไทยในยุคปัจจุบัน การฟื้นฟูและการดำเนินกิจการธุรกิจสู่การเก็บข้อมูลในการจัดการพิพิธภัณฑ์ในย่านเก่าบนถนนตีทอง

งานเสวนาสาธารณะคนย่านเก่าเมืองกรุงเทพฯ ครั้งที่ ๘ เรื่อง "ตรอกเฟื่องทองและตรอกวิสูตร"..เมืองเก่ายังไม่ไร้ช่างทอง
บทความโดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
เขียนเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2559

“...ถ้าไปเดินตรอกเฟื่องทอง ตรอกวิสูตร อย่าไปเดินดูแค่การทำจิวเวลลี่ต่างๆ นาๆ อย่างเดียว ให้ดูรากเหง้าเขาด้วย สภาพของสถานที่อยู่แต่เดิมมันเป็นบ้านไม้ เรือนฝากระดาน อาคารสองชั้น  แต่ถ้าเผื่อมาพูดตอนนี้หลังจาก 60 ปี ผ่านมา ความเจริญทำให้มันเปลี่ยนแปลงไปหมด กลายเป็นพื้นที่สร้างตึกแถวและอาคารที่คนต่างจังหวัดมาทำเพชรพลอยทองรูปพรรณต่างๆ ทั้งแหวน สร้อย ประดับเพชรพลอยทำจากเงินและทองคำ เป็นย่านธุรกิจที่สืบเนื่องมาจากพื้นที่ดั้งเดิมย่านเหล่านี้ เด็กและเยาวชนในปัจจุบันควรจะไปศึกษา”    เมืองเก่ายังไม่ไร้ช่างทอง...

งานเสวนาสาธารณะคนย่านเก่าเมืองกรุงเทพฯ ครั้งที่ ๗ เรื่อง "สำรวจลมหายใจ และการท่องเที่ยวบ้านบาตร"
บทความโดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
เขียนเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2559

ความรู้ในการตีบาตรคงอยู่กับคนบ้านบาตรมานานถือเป็นอาชีพสำคัญและยังสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ในขณะที่งานหัตถกรรมหลายชนิดที่อยู่ภายในพระนครและรอบนอกในชุมชนบ้านต่างๆ หายสูญไปเกือบหมดแล้ว....สำรวจชีวิตผู้คนและงานหัตถกรรมบ้านบาตร  ชุมชนดั้งเดิมย่านชานพระนคร และรับรู้สถานการณ์การท่องเที่ยวชุมชนย่านเก่ากับคนรุ่นใหม่

งานเสวนาสาธารณะคนย่านเก่าเมืองกรุงเทพฯ ครั้งที่ ๖ เรื่อง "คนย่านเก่า ปัจจุบันและอนาคต รำพึง รำพัน..โดยคนบางลำพู"
บทความโดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
เขียนเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2559

"บางลำพู" ศูนย์กลางทางการค้าที่มีความคึกคักของคนเมืองกรุงเมื่อครั้งอดีต เป็นดินแดนแห่งความทันสมัย และจุดนัดพบของชาวพระนครทั้งวัยรุ่นไปจนถึงผู้เฒ่าผู้แก่ อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมของศิลปะการแสดงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิกลิเกชื่อดังคณะหอมหวล และตระกูลของศิลปินที่คนดนตรีไทยทั้งประเทศทราบกันดีในชื่อ "ดุริยประณีต"  แต่เมื่อเกิดนักลงทุนหน้าใหม่เข้ามาในพื้นที่จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ถึงผลกระทบที่มีต่อชุมชนดั้งเดิมในเมืองเก่าแห่งนี้

งานเสวนาสาธารณะคนย่านเก่าเมืองกรุงเทพฯ ครั้งที่ ๕ เรื่อง "วัยรุ่นพระนคร เมื่อกึ่งศตวรรษ"
บทความโดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
เขียนเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2559

ย่านเก่าในพระนครของเราเคยมีชีวิตชีวาด้วยคนหนุ่มสาว ชีวิตวัยรุ่นหัวหกก้นขวิด มีแหล่งเริงรมย์เป็นย่านๆ เช่น บางลำพู หลังวัง เฉลิมเขตต์ เจริญพาศน์ฯลฯ  ฟังชีวิตวัยรุ่นพระนครจากรุ่นใหญ่สะท้อนมุมมองต่อชีวิตและสังคมที่เปลี่ยนแปลง..

งานเสวนาสาธารณะคนย่านเก่าเมืองกรุงเทพฯ ครั้งที่ ๔ เรื่อง "ชุมชนมุสลิมร่วมสร้างพระนคร"
บทความโดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
เขียนเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2559

ฟังคนมุสลิมในพระนครและชานพระนครพูดคุยถึงรากเหง้าและตัวตนที่เติบโตมาพร้อมๆ เมืองกรุงเทพฯ เมืองแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม และการเติบโตของเมืองที่ทำให้ชุมชนมีพื้นที่ความเป็นอยู่แออัดกลายเป็นชุมชนหลังตึกแถว บ้านเรือนที่เก่าไปตามอายุ หลายบ้านต้องย้ายออกไปอย่างจำยอมโครงสร้างทางสังคมแตกสลายทำให้เมืองร้างผู้คนไปโดยปริยาย และทำให้ชุมชนมุสลิมในย่านเก่าทุกวันนี้กลายเป็นชุมชนมุสลิมที่ถูกลืม

 

งานเสวนาสาธารณะคนย่านเก่าเมืองกรุงเทพฯ ครั้งที่ ๓ เรื่อง "ปิดฉากงานช่างชั้นครูตรอกบ้านพาน"
บทความโดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
เขียนเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2559

"ตรอกบ้านพานถม" เป็นชื่อของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เกิดขึ้นในสมัยเริ่มสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ ที่รวมกันเข้าเป็นกลุ่ม จัดสร้างหมู่บ้านของตนเองขึ้น โดยประกอบอาชีพทำเครื่องถม จึงมีชื่อเรียกว่าบ้านพานถม กรรมวิธีการทำเครื่องถม ทำโดยใช้ผงยาดำผสมน้ำประสานทองถมลงบนลวดลายที่แกะสลักบนภาชนะหรือเครื่องประดับ แล้วขัดผิดให้เงางาม ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้มีการส่งเครื่องถมเป็นเครื่องราชบรรณาการเพื่อถวายแด่พระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ของฝรั่งเศส เพื่อแสดงให้เห็นว่าเครื่องถมเป็นของสำหรับชนชั้นสูง ปัจจุบันยังคงมีแหล่งทำเครื่องถมพื้นบ้านที่สำคัญและสืบเนื่องมาอย่างยาวนานและยังคงรักษากระบวนการทำเครื่องถมแบบดั้งเดิมได้อย่างครบถ้วน ซึ่งเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น คือ ห้างไทยนคร

งานเสวนาสาธารณะคนย่านเก่าเมืองกรุงเทพฯ ครั้งที่ ๒ เรื่อง "ตลาดนางเลิ้ง ตลาดใหม่(ซิงตั๊กลัก)ย่านชานพระนคร"
บทความโดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
เขียนเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2559

ตลาดนางเลิ้งเกิดขึ้นจากการพัฒนาพื้นที่ชานพระนครทางด้านตะวันออกที่ต่อเนื่องมาจากการสร้างพระราชวัง และวังสวนดุสิตทางด้านทิศเหนือนอกพระนครที่อยู่ระหว่างคลองเมืองผดุงกรุงเกษมและคลองสามเสนในช่วงทศวรรษที่ ๒๔๔๐ และเป็นตลาดบกแห่งใหม่ที่เป็นอาคารตึกของหลวงให้เช่าริมถนนและตลาดสดอาคารโถง ที่มีการสร้างโรงมหรสพต่อเนื่อง ในระยะต่อมาผู้ค้าขายส่วนใหญ่เป็นชาวจีนกลุ่มต่างๆ และเรียกตลาดบกแห่งใหม่ของพระนครทางฟากตะวันออกนี้ว่า "ซิงตั๊กลั๊ก" หรือ "ตลาดใหม่"

งานเสวนาสาธารณะคนย่านเก่าเมืองกรุงเทพฯ ครั้งที่ ๑ เรื่อง "ชีพจรยังสั่นไหวที่ตรอกละครชาตรี นางเลิ้ง"
บทความโดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
เขียนเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2559

"ย่านนางเลิ้ง" บริเวณชุมชนทุ่งสนามควายที่เคยอยู่นอกเมือง กลายเป็นชุมชนภายในพระนครที่ขยับขยายครั้งรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ กลายเป็นย่านการค้าใหม่สำหรับตลาดค้าขายทางฝากตะวันออก โดยมีกลุ่มบ้านละคร ลิเก โขน และมหรสพพื้นบ้านอยู่ในบริเวณที่เรียกบ้านสนามควายเสียใหม่ว่า "ย่านนางเลิ้ง"

 
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.