หน้าหลัก
เกี่ยวกับมูลนิธิ
วันเล็ก-ประไพ รำลึก
ติดต่อเรา
 
บทความ
ความสับสนในที่มาของชื่อ “นางเลิ้ง”

จากคำบอกเล่าของย่าแห  แก้วหยก ชาวมอญค้าขายทางเรือแห่งบ้านศาลาแดงเหนือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานีผู้ล่วงลับไปแล้วเล่าว่า ครอบครัวคนค้าขายทางเรือใช้เรือกระแชงลำใหญ่รับเอาสินค้าเครื่องปั้นดินเผาจากเกาะเกร็ดและบางส่วนจากราชบุรีขึ้นล่องไปขายในระหว่างพื้นที่ภาคกลาง ตั้งแต่ปากแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นไปจนถึงจังหวัดอุตรดิตถ์และพิษณุโลกของที่ขายส่วนใหญ่จะเป็นพวกเครื่องปั้นดินเผาและถ้วยชาม สินค้าอื่นๆ ก็มีปูนแดง เกลือ กะปิ น้ำปลา ปูเค็ม ปลาเค็ม เต้าเจี้ยว ไตปลา ของแห้งต่างๆ ที่ใช้ในครัวเรือน

โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
"เมืองประวัติศาสตร์กรุงเทพฯ" และการเดินทางย้อนรอยการจัดการเมืองประวัติศาสตร์ (๒)

ในขณะที่ชาวบ้านที่อยู่อาศัยโดยทั่วไปนั้นทราบและรับรู้ว่า ชุมชนนั้นมีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา [Living Community] มีผู้ย้ายเข้าและย้ายออกไปโดยเหตุต่างๆ กลุ่มคนดั้งเดิมเป็นใคร และกลุ่มคนที่ย้ายเข้ามาใหม่คือใคร โดยยอมรับผู้มาใหม่ให้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนจากการช่วยเหลือและทำกิจกรรมในชุมชนร่วมกัน แต่ก็ยังเป็นชุมชนอยู่ทำให้เกิดปัญหาเมื่อต้องพิจารณาว่าชุมชนใดควรถูกไล่รื้อหรือชุมชนใดควรได้รับการสงวนไว้ และมีสิทธิโดยชอบธรรมในที่อยู่อาศัยนั้น และการประเมินคุณค่าของชุมชนต่างๆ โดยไม่ศึกษาค้นคว้าข้อมูลโดยรอบด้าน ทำให้เห็นคุณค่าของชุมชนในตรอกซอกซอยต่างๆ น้อยลง เมื่อไม่เข้าใจจึงให้สนใจแต่เฉพาะสิ่งที่เห็นประจักษ์คือโบราณสถานหรือโบราณวัตถุและสิ่งที่จับต้องได้ตามองเห็นเท่านั้น

โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
"เมืองประวัติศาสตร์กรุงเทพฯ" และการเดินทางย้อนรอยการจัดการเมืองประวัติศาสตร์ที่ไม่มีชีวิต (๑)

อันเนื่องมาจากปัญหาพื้นฐานทางความคิดเรื่อง “ความดั้งเดิม ความแท้จริง” [Authenticity] ในการอนุรักษ์เมืองเก่าของประเทศไทยทำให้เกิดความขัดแย้งในการอนุรักษ์และศึกษาเรื่องเมืองประวัติศาสตร์หรือย่านเก่าต่างๆ การประเมินคุณค่าของชุมชนต่างๆ โดยไม่ศึกษาค้นคว้าข้อมูลโดยรอบด้านทำให้ให้คุณค่าน้อย เมื่อไม่เข้าใจจึงสนใจแต่เฉพาะสิ่งที่เห็นประจักษ์คือโบราณสถานหรือโบราณวัตถุและสิ่งที่จับต้องได้ตามองเห็นเท่านั้น

โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
บ้านนราศิลป์แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมของชุมชนย่านนางเลิ้ง

หากพูดถึงบ้านนราศิลป์สมัยก่อนคนจะนึกถึงความเป็นบ้านโขน แต่สิ่งที่นอกเหนือจากโขนที่นี่ยังเป็นบ้านที่ทำละครร้อง ละครวิทยุ ภาพยนตร์ และถือว่าเป็นคนทำคอสตูมเจ้าแรกของประเทศไทยก็ว่าได้ ตั้งแต่สมัยช่อง๔ บางขุนพรหม เมื่อก่อนจะมีสามบ้านที่ร่วมหัวจมท้ายกันคือบ้านนาฏศิลป์สัมพันธ์  บ้านดนตรีคือบ้านดุริยะประณีต และบ้านเครื่องบ้านนราศิลป์ จนกระทั่งร่วมงานกันมาจนถึงทุกวันนี้

โดย จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์
วังสะพานขาว

วังที่เรียกกันว่าวังสะพานขาวนี้อยู่ตรงหัวมุมถนนกรุงเกษมและถนนหลานหลวง หน้าวังมีประตูใหญ่เปิดไปถนนกรุงเกษมคลองผ่านหน้าวังคือคลองผดุงกรุงเกษม สะพานที่ข้ามคลองจากถนนกรุงเกษมถึงถนนอีกฟากหนึ่งเรียกว่าสะพานขาว วังนี้จึงถูกเรียกว่า "วังสะพานขาว"

โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
 
คลิปวีดิโอ
งานเสวนาสาธารณะคนย่านเก่าเมืองกรุงเทพฯ ครั้งที่ ๙ เรื่อง "ฟื้นพลังยาไทย บำรุงชาติสาสนายาไทย"
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
งานเสวนาสาธารณะคนย่านเก่าเมืองกรุงเทพฯ ครั้งที่ ๘ เรื่อง "ตรอกเฟื่องทองและตรอกวิสูตร"..เมืองเก่ายังไม่ไร้ช่างทอง
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
งานเสวนาสาธารณะคนย่านเก่าเมืองกรุงเทพฯ ครั้งที่ ๗ เรื่อง "สำรวจลมหายใจ และการท่องเที่ยวบ้านบาตร"
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
งานเสวนาสาธารณะคนย่านเก่าเมืองกรุงเทพฯ ครั้งที่ ๖ เรื่อง "คนย่านเก่า ปัจจุบันและอนาคต รำพึง รำพัน..โดยคนบางลำพู"
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
งานเสวนาสาธารณะคนย่านเก่าเมืองกรุงเทพฯ ครั้งที่ ๕ เรื่อง "วัยรุ่นพระนคร เมื่อกึ่งศตวรรษ"
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
งานเสวนาสาธารณะคนย่านเก่าเมืองกรุงเทพฯ ครั้งที่ ๔ เรื่อง "ชุมชนมุสลิมร่วมสร้างพระนคร"
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
งานเสวนาสาธารณะคนย่านเก่าเมืองกรุงเทพฯ ครั้งที่ ๓ เรื่อง "ปิดฉากงานช่างชั้นครูตรอกบ้านพาน"
โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
 
สัมภาษณ์คนย่านเก่า
องค์สังครัตน์จักรพันธ์วสุกาญจนศิริ : วัดสมณานัมบริหารหรือวัดญวน สะพานขาว

สมัยก่อนไม่ได้ใช้คำว่าอนัมนิกายใช้คำว่าบรรพชิตญวน ก็คือคำว่าบรรพชิตหรือพระภิกษุสงฆ์ก็ความหมายเดียวกัน แต่สมัยนั้นเขาเรียกบรรพชิตญวนแล้วก็หลวงจีนมีการแบ่งแยกแต่ทีนี้เป็นการแบ่งแยกที่ชัดเจนในสมัยรัชกาลที่ ๕ ซึ่งมีการแบ่งแยกโดยชัดเจนว่าอันนี้คือคณะสงฆ์จีน คือ จะมีการสวดจีน คณะสงฆ์ญวนจะมีการสวดญวน โดยที่ถือปฏิบัติมา 

โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
พร พิษณุ รุ่นใหญ่หลังวัดราชนัดดา

น้าเชษฐ์ หรือ พิเชษฐ์ ปัทมินทร เพิ่งร้างตำแหน่งหน้าที่จาก สก. เขตพระนครไปหลังถึงยุคของ คสช. แต่ก่อนหน้านั้น น้าเชษฐ์เกษียณราชการในยศนายร้อยหน้าที่สารวัตรทหาร และอาสาไปอยู่บันนังสตาและธารโตมาก่อนหน้านั้น  น้าเชษฐ์ตัวสูงใหญ่เหมือนทหารทั่วไป ยังแข็งแรงในวัย ๖๖ ปี และมีร่องรอยว่า 'หล่อ' เหมือนกัน

โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
ป้าญาณี เจ้าของห้องแถวบนถนนจักรพรรดิพงษ์

"ป้าญาณี เจ้าของห้องแถวบนถนนจักรพรรดิพงษ์" ใกล้กับสี่แยกตัดนครสวรรค์ และตลาดนางเลิ้ง วันนี้อายุเข้า ๗๔ ปีแล้ว

ใครจะรู้ว่าคุณป้าที่หน้าตามีวี่แววแบบคนใจดีนี้ เดินไปเดินมาและถกปัญหาทุกอย่างด้วยความละเอียดถี่ถ้วน มั่นใจแบบอดีตข้าราชการ ป้าใช้เวลามากและอุทิศเวลาปลุกปล้ำโครงการสหกรณ์ออมทรัพย์ให้กับชาวชุมชนจักรพรรดิพงษ์ที่เป็นตึกแถวและบ้านเรือนไม้ด้านหลังที่ไม่ค่อยจะเอาใคร  จะเคยเป็นข้าราชการซี ๘ ของสภาพัฒน์ฯ ที่อยู่ไม่ไกลจากถนนจักรพรรดิพงษ์นัก

โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
ป้าพวงเพชร เสือสง่า แห่งร้านนางเลิ้งอาร์ต

ป้าพวงเพชร เสือสง่า แห่งร้านนางเลิ้งอาร์ต วันนี้อายุราว ๘๔ ปี แล้ว ลูกชายเล่าว่าเริ่มลดทอนความทรงจำลงบ้าง ต้องทานยาบำรุงและดูแลใกล้ชิดแล้ว  วันที่เข้าไปคุยกับป้าพวงเพชร ความน่ารักยังมีอยู่เสมอในรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ป้าอารมณ์ดีและยังนั่งเฝ้าเก๊ะลิ้นชักเงินแบบที่เคยทำมาหลายสิบปี ควบคุมรายรับรายจ่ายของร้านตั้งแต่แต่งงานเข้ามาอยู่กับสามีผู้สืบทอดกิจการร้านถ่ายรูปและทำล็อกเกตหินตั้งแต่เมื่อเกือบหกสิบปีที่แล้ว

โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
"พินิจ สุทธิเนตร" กับงานต่อชีวิตวัฒนธรรม "บ้านนราศิลป์"

ย่านตรอกละครชาตรีที่อยู่ฝั่งใต้วัดแคริมถนนหลานหลวงทุกวันนี้ ยังคงมีกลุ่มบ้านละครและดนตรีหลายหลังและบางบ้านเป็นคณะผู้จัดโขนละครซึ่งยังมีกำลังทำงานตามแบบบรรพบุรุษในสภาพสังคมที่ไม่เหมือนเดิมก็ยังสู้อุตสาหะทำสืบต่อกัน

หากผ่านไปทางถนนหลานหลวง คงเห็นบ้านไม้งามริมถนนอยู่หนึ่งหลัง หน้าบ้านเขียนป้ายไว้ว่า “บ้านนราศิลป์” มีซุ้มต้นไม้สวยๆอยู่หน้าบ้านโดยเฉพาะซุ้มดอกพุดดูสดชื่น ร่มรื่นร่มเย็น ดูแตกต่างไปจากถนนด้านนอกที่มีแต่รถติดตลอดวัน

โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
 
สารพันคนย่านเก่า
โบฮีเมียนกับเรือเครื่องเทศ

มีนัดคุยกับลูกหลานมูซา บาฟาเดน ผู้มีเชื้อสายอาหรับ เกิดที่เมืองปันติยานะห์ ที่อยู่ทางใต้ของเกาะบอร์เนียว เป็นพ่อค้าทางเรือ เดินทางค้าขายระหว่าง สยาม มาลายู และอินโดนีเซีย แล้วตัดสินใจขึ้นฝั่งตั้งถิ่นฐานถาวร ยังริมชายฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทางทิศตะวันออกซึ่งมีชื่อเรียกในสมัยนั้นว่า “หมู่บ้านต้นสำโรง” เมื่อราวๆ พ.ศ. ๒๓๘๐ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของศุลกสถานหรือโรงภาษีที่สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๓๓ และชุมชนมุสลิมรวมทั้งบาแลหรือสุเหร่าก็ย้ายเข้ามาด้านใน บริเวณที่เป็นชุมชนรอบมัสยิดฮารูณติดกับวัดม่วงแค อาคารเก่าและตำรวจน้ำยังคงใช้พักอาศัยอยู่อย่างไม่ได้ไปไหนสักที

โดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
มรดกทางวัฒนธรรมจากวัดญวน สะพานขาว

"กงเต๊ก" เป็นพิธีกรรมนำเครื่องกระดาษจำลองสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ มาเผาเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว แสดงให้เห็นถึงความกตัญญูของลูกหลานที่มีต่อบรรพบุรุษให้ได้มีความเป็นอยู่ที่สุขสบายตามคติความเชื่อในเรื่องของโลกหลังความตาย ทุกวันนี้วัดญวน สะพานขาว ยังมีการสืบทอดช่างฝีมือแต่ครั้งโบราณที่เคยมีช่างชาวญวนทำเครื่องกงเต๊กหลวงในพระราชพิธีสืบทอดส่งต่อให้คนแถบวัดญวนจนกลายเป็นช่างทำกงเต๊กที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศที่รู้จักกันในนาม "บ้านกระดาษ เล็ก วัดญวน สะพานขาว"

โดย จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์
ค่ายมวยไทยครูเปลี่ยน สมชาติ อดีตของย่านชุมชนวัดเทพธิดาราม

ค่ายมวยอาจารย์เปลี่ยน สมชาติ ที่ชุมชนวัดเทพธิดารามแห่งนี้ยังสร้างลูกศิษย์อย่างพุฒ ล้อเหล็ก นักมวยไทยระดับแถวหน้าแชมป์สนามมวยเวทีลุมพินีและราชดำเนิน และ “ครูเฒ่า” หรือชนะ ทรัพย์แก้ว ซึ่งต่อมาครูเฒ่าเป็นโปรโมเตอร์และปรมาจารย์มวยชื่อดังหมายเลขหนึ่งของวงการมวยเมืองไทยเมื่อยุค ๔๐-๕๐ ปีที่ผ่านมา... 

โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
ร้านยาแผนโบราณถนอม บุณยะกมล

แต่ก่อนจะมีเด็กมารอกวาดยารู้จักกันในชื่อยาแสงหมึกเป็นยาผงสีดำผสมกับน้ำมะนาวและเกลือตามสัดส่วนนำมากวาดคอเด็กที่ลิ้นเป็นฝ้าขาว แก้ไข้ทราง และช่วยลดการระคายคอ ยาเขียวและยาขับหรือกระทุ้งไข้อิสุกอิใส ที่ผู้ใหญ่มักจะบอกว่าต้องให้อิสุกอิใสขึ้นเม็ดเต็มที่จะได้ไม่ขึ้นซ้ำอีก เมื่อแผลแห้งเป็นสะเก็ดก็ต้องใช้ควบคู่กับยาทาแก้คันโดยนำมาผสมน้ำใช้ขนนกคนให้เข้ากันแล้วนำมาทาหรือแต้มที่รอยแผลจะทำให้แผลเป็นค่อยจางหายไป

โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
ห้างใบชาอ๋องอิวกี่ ตรามังกร และตราปั้น

การดื่มชานั้นเราต้องเคลียร์ลิ้นก่อนดื่มจึงจะได้กลิ่นจางๆ และรสชาติหวาน กลิ่นชาคุณภาพดีจะหอมเหมือนดอกไม้ ใบชาเป็นใบไม้ชนิดเดียวที่ไม่เหม็นเขียว การดื่มชาให้อมชาไว้ที่กระพุ้งแก้มก่อนจะกลืนจมูกเราจะได้กลิ่นชาหอมฟุ้งขึ้นมา ซึ่งปกติการดื่มชาเราต้องลวกใบชาก่อนน้ำที่หนึ่งจะยังไม่ออกกลิ่นและรส ต้องดื่มน้ำที่สองรสและกลิ่นจะออกมา สมัยก่อนเถ่าชิ้วจะต้องผสมชากันเวลาชิมชาเสร็จได้รสได้กลิ่นเขาก็จะบ้วนทิ้งไม่กลืนลงไปเป็นวิธีการเทสต์ชาเพราะในชามีคาเฟอีนหรือเตอิน ชาก็คือ “เต๊” ซึ่งในกาแฟและชาจะมีพอกันกินมาทำให้นอนไม่หลับ การดื่มชานั้นคนจะคิดว่าชาจีนก็เหมือนกันหมดแตกต่างกันที่ยี่ห้อเท่านั้น  แต่สำหรับนักดื่มชาจะดื่มตามความชอบที่มีต่อชาแต่ละชนิด

โดย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
 
ที่ตั้งมูลนิธิ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
อีเมล์ Vlekprapaifoundation@gmail.com
                    
Copyright © 2011 lek-prapai.org | All rights reserved.